ในช่วงที่หลายองค์กรเริ่มมีมาตรการให้พนักงานทำงานที่บ้านหรือ Work from Home ก็จะมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ทีวี ตู้เย็น เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ที่ทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ยิ่งในช่วงหน้าร้อนแบบนี้แล้วนั่งทำงานชิล ๆ ไปยังไม่ทันรู้ตัว ก็เจอกับบิลค่าไฟฟ้าที่พุ่งทะยานจนต้องตกใจ ซึ่งเราเองก็คิดว่าใช้เพิ่มไปนิดเดียวเองทำไมค่าไฟฟ้าถึงสูงขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นเราลองมาดูกันว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้มีอะไรบ้าง และกินไฟเท่าไหร่ แล้วจากนั้นเราจะมาลองคำนวณค่าไฟกันค่ะ การใช้ไฟฟ้า 1 หน่วย หรือ 1 ยูนิต คือ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า 1,000 วัตต์ ในหนึ่งชั่วโมง จะมีสูตรการคำนวนดังนี้ 1 หน่วย = [กำลังไฟฟ้า(วัตต์) ของเครื่องใช้ไฟฟ้า / 1000] x จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า x จำนวนชั่วโมงการใช้งานใน 1 วัน ตัวอย่าง เครื่องปรับอากาศ ขนาด 18,000 BTU (ประมาณ 2,000 วัตต์) จำนวน 1
Wednesday, 08 April 2020 / Published in Activities, Indoor Air Quality (IAQ), Sustainability
          จากสถานการณ์ความรุนแรง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรงพยาบาลหลายแห่งมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจำนวนมาก  ซึ่งห้องควบคุมโรคที่มีไม่เพียงพอ ทำให้แพทย์ พยาบาล พนักงาน และคนทำงานอาจได้รับความเสี่ยงในการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและเป็นอันตรายได้           ดังนั้น โรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จะเข้ามารับการรักษามากขึ้น โดยให้ความสำคัญในการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อทางอากาศในโรงพยาบาล โดยเฉพาะหอผู้ป่วยรวม ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ให้มีการระบายอากาศที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ เพียงพอที่จะป้องกันเชื้อไม่ให้ออกสู่ภายนอกทำให้ผู้อื่นเป็นอันตราย COHORT WARD คืออะไร? ห้อง COHORT WARD คือ ห้องที่ใช้รองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ COVID-19 หรือเชื้อที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรค เช่น ไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดสายพันธุ์ต่าง ๆ ใช้เฉพาะผู้ป่วยที่ยืนยันแล้วเท่านั้น ในสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยยืนยันจำนวนมาก เป็น ward ที่มีการระบายอากาศที่ดี ทิศทางลมต้องให้บุคลากรอยู่เหนือตลอด เป็น ward ที่มีแรงดันลบ (Negative Pressure) และต้องมีอัตราการระบายอากาศ ≥
Tuesday, 14 May 2019 / Published in Indoor Air Quality (IAQ), Sustainability
ในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าภายในอาคารนั้นปลอดภัย เพราะมีการควบคุมอากาศด้วยระบบปรับอากาศที่มีการทำความสะอาดอยู่เสมอ แต่รู้หรือไม่ว่า ? คุณภาพอากาศภายในนั้นอาคารนั้นไม่ได้ปลอดภัยอย่างแท้จริง จากการศึกษา จากกรมอนามัยโลก หรือ WHO ค้นพบว่า ร้อยละ 30 ของอาคารทั่วโลกประสบปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคาร ซึ่งมีมลพิษสูงกว่าภายนอกอาคารถึง 100 เท่า!! โดยเฉพาะ อาคารประเภทโรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และอาคารสำนักงาน และในปัจจุบันอาคารต่าง ๆ ยังประสบกับปัญหาคุณภาพอากาศจากภายนอกอาคารที่มีค่าเกินกว่ามาตรฐานเข้ามาเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จึงทำให้ผู้คนต่างให้ความสนใจกับเรื่องของคุณภาพอากาศ และหาวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพของชีวิต   บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษางานระบบวิศวกรรม และบริหารงานบำรุงรักษาซ่อมแซมงานระบบวิศวกรรม รวมถึงงานบริหารการจัดการพลังงานภายในอาคารและที่ปรึกษา​การแก้ปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) ปัญหาฝุ่นละออง ​PM2.5​ ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว สนใจติดต่อได้ที่ 02 941 4080 ต่อ 308 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อให้เราติดต่อกลับ
Friday, 26 April 2019 / Published in Indoor Air Quality (IAQ), Sustainability
ถ้าอากาศในเมืองไทยจะร้อนจนพัดลมธรรมดา ๆ ก็เอาไม่อยู่ขนาดนี้ การได้เครื่องปรับอากาศก็ทำให้เย็นกายเย็นใจได้บ้าง แต่เคยสงสัยไหมคะว่าการเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้เป็นเวลานาน นอกจากจะเปลืองไฟแล้ว ยังมีผลเสียต่อสุขภาพยังไงบ้าง ? หากเปิดแอร์ที่เย็นเกินไปในทันที หลอดเลือดในร่างกายอาจปรับตัวอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ แอร์ที่เย็นเกินไปจะทำหน้าที่ดึงความชื้นออกจากร่างกาย อาจทำให้ผิวหนังแห้ง จมูกแห้ง ตาแห้งได้ และอาจเกิดอาการคันตามผิวหนัง การเปิดแอร์ตลอดเวลา ทำให้ภายในห้องอากาศถ่ายเทไม่สะดวกเพราะต้องปิดประตูหน้าต่างตลอดเวลา อาจทำให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อรา หรือไรฝุ่น ตามพรมเช็ดเท้า ผ้าขนหนู ที่นอน ผ้าห่ม หมอน หากดูแลทำความสะอาดไม่ดีพอ เมื่อไม่ทำความสะอาดแอร์เป็นเวลานาน อากาศจากแอร์จะเป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจต่างๆ จนอาจเป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือไอเจ็บคอได้ง่าย เพราะบริเวณเซลล์เยื่อบุโพรงจมูก คอ หลอดลม แห้งเกินไป หากจะไม่เปิดแอร์ก็คงเป็นเรื่องยาก อินโนแคร์ ขอแนะนำให้เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศบ้าง และลดการเปิดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่เย็นจัด ที่สำคัญอย่าลืมตรวจเช็คสภาพและล้างเครื่องปรับอากาศและฟิลเตอร์กรองฝุ่นเป็นประจำด้วยนะคะ   บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษางานระบบวิศวกรรม และบริหารงานบำรุงรักษาซ่อมแซมงานระบบวิศวกรรม รวมถึงงานบริหารการจัดการพลังงานภายในอาคารและที่ปรึกษา​การแก้ปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) ปัญหาฝุ่นละออง ​PM2.5​ ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว สนใจติดต่อได้ที่ 02 941 4080
Friday, 26 April 2019 / Published in Indoor Air Quality (IAQ), Sustainability
ร้อนนนนน ร้อนเหลือเกิน!! หลาย ๆ คนกำลังคิดแบบนี้อยู่ใช่ไหมคะ อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ใคร ๆ ก็อยากจะนอนอยู่แต่ในห้องปรับอากาศให้เย็นสบายไปทั้งวัน บางคนไปเดินเล่นห้างสรรพสินค้า นั่งร้านกาแฟ และกลับบ้านมาเปิดเครื่องปรับอากาศนอนตลอดคืน แต่ทราบหรือไม่ว่า? อากาศเย็นสบายที่ออกมาจากเครื่องปรับอากาศนั้น สามารถทำร้ายสุขภาพของเราได้เช่นกัน เพราะหากเราดูแลบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศไม่ดี หรือไม่ได้ทำความสะอาดและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศเลย ก็อาจทำให้มีฝุ่นและเชื้อราสะสมอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศได้ และเมื่อเราอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน ๆ เราก็จะหายใจเอาเชื้อโรคที่สะสมอยู่นั้นเข้าไปในร่างกายของเราด้วย เพราะเครื่องปรับอากาศหากยิ่งเปิดใช้งานบ่อยและนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีฝุ่นเข้าไปสะสมภายในเครื่องปรับอากาศมากขึ้นเท่านั้น ทำให้เครื่องปรับอากาศกลายเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและแบคทีเรีย ซึ่งความชื้นภายในเครื่องปรับอากาศจะทำให้แบคทีเรียที่สะสมอยู่นั้นกลายเป็นแหล่งเชื้อโรคในทันที เราอาจสังเกตุได้จากคราบความสกปรกและกลิ่นที่อับชื้นที่เกิดขึ้นกับเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะโรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และโรงแรม เป็นที่ที่เราต้องใช้เครื่องปรับอากาศร่วมกับผู้อื่น  หากอยู่เป็นเวลานาน และร่างกายไม่แข็งแรง อาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อทางเดินหายใจได้อีกด้วย นอกจากนี้ฝุ่นต่าง ๆ ที่มาจากการเดินเข้า-ออก และการเปิด-ปิดประตูบ่อย ๆ ก็มีโอกาสสูงที่ฝุ่นจะเข้าไปในเครื่องปรับอากาศและทำให้สกปรกได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น บ้านที่อยู่อาศัย ร้านค้า และอาคารสำนักงานต่าง ๆ จึงควรทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศทุก 6 เดือน หรือหาวิธีป้องกันฝุ่นไม่ให้เข้าไปสะสมภายในเครื่องปรับอากาศ อย่างเช่น นวัตกรรม Airmask แผ่นดักจับฝุ่นละออง
Friday, 26 April 2019 / Published in Indoor Air Quality (IAQ), Sustainability
ในปัจจุบันสภาพอากาศเต็มไปด้วยฝุ่นละอองจำนวนมาก ส่งผลให้หลายคนเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ โดยมีอาการตั้งแต่ ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกและน้ำตาไหล คันระคายเคืองทั่วใบหน้า มีผดผื่นแดงตามผิวหนัง ไปจนถึงอาการรุนแรงถึงขั้นท้องร่วง แน่นหน้าอก และหายใจไม่ออก ซึ่งปัจจัยหลักนั้นเกิดจากการแพ้ฝุ่นนั่นเอง อาการแพ้ฝุ่นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทั้งนอกบ้านและในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการสูดดม การรับประทาน หรือการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ การทำงานบ้านที่ต้องเจอกับฝุ่น การออกไปนอกบ้านที่ต้องเจอกับควันและมลพิษ ­หากท่านเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองกำลังมีอาการแพ้ฝุ่น อินโนแคร์ขอแนะนำว่า ให้เริ่มจากการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมภายในบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ เช่น ควรจัดบ้านให้โล่ง ไม่ใช้พรมและนำตุ๊กตามาแต่งห้องเพราะจะเป็นแหล่งสะสมไรฝุ่นได้ และควรซักเครื่องนอนเป็นประจำทุกๆ สัปดาห์ นอกจากนี้ เราควรดูแลสุขภาพตัวเอง ทั้งตอนอยู่นอกบ้าน และภายในบ้านด้วย อย่างเช่น สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นทุกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้ง และตอนทำความสะอาดบ้าน ที่สำคัญต้องคอยหมั่นตรวจและสังเกตุว่าภายในบ้านของเรานั้นมีจุดที่ทำให้เกิดฝุ่นสะสมได้หรือไม่ เช่น เครื่องนอน โซฟา ผ้าม่าน พรม และแอร์ ซึ่งถ้ามีท่านควรหมั่นดูแลและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากบ้านของเราแล้ว ที่ทำงานก็ต้องได้รับการดูแลเช่นกัน เพราะในปัจจุบันเราทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมง ที่ทำงานจึงเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและเชื้อโรคอย่างดี ยิ่งห้องทำงานที่มีคนเดินเข้า-ออก ตลอดเวลา มีอุปกรณ์สำนักงานจำนวนมากก็ยิ่งมีฝุ่นสะสมมาก อินโนแคร์จึงขอแนะนำวิธีป้องกันง่าย ๆ คือ
Tuesday, 23 April 2019 / Published in Indoor Air Quality (IAQ), Sustainability
จากปัญหาฝุ่นมลพิษ PM2.5 ที่ปกคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เราจึงป้องกันด้วยการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นทุกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้ง แต่อย่าลืมว่านอกจากฝุ่นภายนอกแล้ว ภายในบ้านของเราเองก็มีฝุ่นละอองอยู่มากมายเช่นเดียวกัน แต่จะให้สวมหน้ากากตลอดเวลาก็คงทำได้ยาก อินโนแคร์จึงขอแนะนำวิธีป้องกันฝุ่นภายในบ้าน ที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้ 1. ปิดประตู-หน้าต่างให้สนิท ในช่วงที่อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นละออง วิธีป้องกันฝุ่นเข้าภายในบ้านได้ง่ายที่สุด คือ ปิดประตูทุกครั้งที่เข้า-ออก ให้สนิท และไม่เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ รวมถึงอุดรอยรั่วตามขอบประตูหรือช่องลมต่าง ๆ ของบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองผ่านเข้ามาได้ 2.หมั่นทำความสะอาดบ้าน    ถึงเราจะปิดประตู-หน้าต่าง และป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าภายในบ้านแล้ว แต่ภายในบ้านก็ยังมีฝุ่นอยู่อีกจำนวนมาก และมีเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา เราจึงควรทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ และควรใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดบ้านแทนการใช้ไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่น เนื่องจากจะทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน 3.หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เกิดฝุ่นควัน ถ้าไม่อยากให้ปริมาณฝุ่นในบ้านเพิ่มขึ้น ก็ต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นในบริเวณบ้าน เช่น การปิ้งย่าง การทำอาหารด้วยเตาถ่าน การจุดธูป-เทียน การเผาเศษขยะ รวมถึงการสูบบุหรี่ 4.ปลูกต้นไม้ในบ้าน นอกจากต้นไม้จะทำให้อากาศสดชื่นแล้ว การรดน้ำต้นไม้บ่อย ๆ จะช่วยลดฝุ่นและเพิ่มความชื้นในอากาศได้อีกด้วย ต้นไม้ที่แนะนำได้แก่ ต้นจั๋ง ต้นเดหลี ต้นตีนตุ๊กแกฝรั่ง ต้นเข็มสามสี และต้นเศรษฐีเรือนใน 5.หาตัวช่วยดักจับฝุ่น
Monday, 18 March 2019 / Published in Indoor Air Quality (IAQ), Sustainability
เมื่อพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานมากที่สุด และใช้งานเป็นเวลานานที่สุด เราคงต้องนึกถึงเครื่องปรับอากาศ ที่มีหน้าที่ทำให้อากาศภายในห้องนั้นเย็นฉ่ำ แต่จะมีสักกี่คนที่คำนึงถึง “คุณภาพอากาศ” ที่ออกมาจากเครื่องปรับอากาศบ้าง ? ในแต่ละวันเราเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศมากถึง 18 ชั่วโมง หรือบางคนอาจจะมากกว่านั้น!! สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือ ฝุ่นภายในห้องปรับอากาศ ที่ถูกดูดเข้าไปในเครื่องปรับอากาศและสะสมอยู่ในชุดคอยล์เย็น และจะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะทำการล้างเครื่องปรับอากาศครั้งใหญ่ ฝุ่นเหล่านี้จะทำให้เครื่องปรับอากาศมีประสิทธิภาพลดลง และเนื่องจากอุณหภูมิ ความชื้น บริเวณคอยล์เย็นนั้น เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรคมากที่สุด ทำให้ฝุ่นที่เข้าไปสะสมภายในเครื่องปรับอากาศ เกิดเป็นเชื้อต่าง ๆ เช่น เชื้อรา เชื้อไวรัส และรอให้คนที่อาศัยอยู่ภายในห้องนั้นหายใจนำเข้าสู่ร่ายกายไปในที่สุด หลักการทำงานของเครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศจะมีตัวทำความเย็นอยู่ภายในที่เรียกว่า คอยล์เย็น โดยอากาศภายในห้องจะถูกดูดผ่านช่องรีเทิร์น เข้าไปในเครื่องปรับอากาศ และผ่านฟิลเตอร์ดักฝุ่นหยาบก่อน ซึ่งฟิลเตอร์ที่ติดมากับเครื่องปรับอากาศนี้ สามารถกรองฝุ่นหยาบได้ แต่ไม่สามารถกรองฝุ่นละเอียดได้เลย เนื่องจากเส้นใยของฟิลเตอร์ที่ถักทออย่างเป็นระเบียบทำให้มีช่องว่างที่ฝุ่นละเอียดสามารถลอดผ่านเข้าไปสะสมในคอยล์เย็น และเกิดเป็นที่อยู่อาศัยของ เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียภายในเครื่องปรับอากาศได้ หากลองรื้อโครงเครื่องปรับอากาศออกมาดู จะพบว่าฟิลเตอร์ที่เราเห็นนั้นความจริงแล้วป้องกันฝุ่นได้เพียง 75-80% เท่านั้น ซึ่งยังมีบางส่วนของเครื่องปรับอากาศที่ฟิลเตอร์ไม่ได้ป้องกันฝุ่นเลย ทำให้ฝุ่นเข้าไปสะสมในคอยล์เย็นได้มากถึง 20-25% ตามขอบด้านข้าง ด้านล่าง และด้านบนของเครื่องปรับอากาศ ทำให้ฝุ่นละเอียดนั้นติดอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศ
Tuesday, 06 November 2018 / Published in Success Cases, Sustainability
โครงการอนุรักษ์พลังงานของศูนย์บริการเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ซึ่งมาจากแนวคิดของ คุณสุรพล โตวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์หาต้นทุนในทุก ๆ ด้านที่เกิดจากการทำกิจการของศูนย์บริการ ซึ่งผลจากการวิเคราะห์พบว่า ต้นทุนค่าใช้จ่ายหนึ่งที่มีความสำคัญมาก และมีสัดส่วนสูงก็คือ ต้นทุนทางด้านพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 6 ล้านบาทต่อปี จึงเกิดแนวคิดที่จะลดการใช้พลังงานโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าลงอย่างเร่งด่วน ประกอบกับพนักงานทุกคนมีความเห็นพ้องต้องกันที่ต้องการมีส่วนร่วมกันในการลดการใช้พลังงานของศูนย์บริการลง จึงได้ติดต่อให้บริษัทอินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด มาเป็นที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานให้ ซึ่งเริ่มจากการกำหนดนโยบายการประหยัดพลังงานออกมา โดยเป้าหมายที่ระบุไว้ คือ “Toyota Buzz จะดำเนินการและพัฒนาระบบการจัดการพลังงานอย่างเหมาะสม รวมถึงการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และไม่มีผลทำให้ประสิทธิภาพการบริหารงานและการให้บริการตามพันธกิจของโตโยต้าบัสส์ลดลง” ในการดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานของศูนย์บริการ มีความมุ่งมั่นให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นลงมากที่สุด โดยใช้ความมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนเป็นแรงขับเคลื่อน จึงได้มีการจัดตั้งทีมอนุรักษ์พลังงานขึ้นมา โดยมี คุณสุรพล โตวิวัฒน์ เป็นประธานกรรมการ และมี Synergy Buzz Team ซึ่งเป็นพนักงานระดับหัวหน้าจากทุกแผนกในศูนย์บริการ ที่มีใจรักต่อองค์กร คอยสอดส่องดูแลการใช้พลังงานของพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง และให้เกิดการปฏิบัติที่แท้จริง ซึ่งการันตีได้ว่า “พื้นที่ทุกตารางเมตรในศูนย์บริการจะมีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานเสมอ” 🔹 ด้านกิจกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 30,000 โครงการ
Tuesday, 09 October 2018 / Published in Success Cases, Sustainability
โรงพยาบาลกันตัง คว้ารางวัลดีเด่นด้านอนุรักษ์พลังงานประเภทอาคารนอกข่ายควบคุม Thailand Energy Award 2014 และ ASEAN Energy Awards 2014           แนวคิดโครงการอนุรักษ์พลังงานนี้ เริ่มต้นมาจากแนวคิดของผู้อำนวยการที่ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์หาต้นทุนด้านต่าง ๆ ที่เกิดจากการทำกิจการโรงพยาบาล ซึ่งผลจากการวิเคราะห์พบว่า ต้นทุนค่าใช้จ่ายหนึ่งที่มีความสำคัญมากและมีสัดส่วนที่สูงมากก็คือ ต้นทุนทางด้านพลังงาน โดยได้กำหนดให้โครงการอนุรักษ์พลังงานอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการของโรงพยาบาล และกำหนดเป้าหมายสูงสุด คือ “โรงพยาบาลกันตังต้องเป็นต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับหน่วยงานภายนอกและโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศไทยในปี 2558” รวมถึง มีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลกันตังมีความมุ่งมั่นให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุด โดยการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนเป็นแรงขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ในการจัดทำแผนงานและนำไปสู่การปฏิบัติจริงให้เกิดสัมฤทธิ์ผล โดยได้มีการจัดตั้งทีมงานอนุรักษ์พลังงานประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานติดตาม และที่สำคัญคือ สมาชิกส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (ส.ส.พลังงาน) ส่งเสริมให้ ส.ส.พลังงานสำรวจพื้นที่ครอบคลุมทุกหน่วยงาน มีการจัดกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกองค์กร อาทิ เดินรณรงค์การอนุรักษ์พลังงาน การประกวดหน่วยงานดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงาน กิจกรรมค้นหามาตรการอนุรักษ์พลังงาน การนำเสนอมาตรการอนุรักษ์พลังงานของแต่ละหน่วยงานและการศึกษาดูงานนอกสถานที่เป็นต้น ด้านมาตรการที่ดำเนินงานสำหรับตัวอย่างมาตรการอนุรักษ์พลังงานที่สำคัญ อาทิ มาตรการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และความร้อนทิ้งจากเครื่องปรับอากาศ (Solar