ในช่วงที่หลายองค์กรเริ่มมีมาตรการให้พนักงานทำงานที่บ้านหรือ Work from Home ก็จะมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ทีวี ตู้เย็น เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ที่ทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ยิ่งในช่วงหน้าร้อนแบบนี้แล้วนั่งทำงานชิล ๆ ไปยังไม่ทันรู้ตัว ก็เจอกับบิลค่าไฟฟ้าที่พุ่งทะยานจนต้องตกใจ ซึ่งเราเองก็คิดว่าใช้เพิ่มไปนิดเดียวเองทำไมค่าไฟฟ้าถึงสูงขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นเราลองมาดูกันว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้มีอะไรบ้าง และกินไฟเท่าไหร่ แล้วจากนั้นเราจะมาลองคำนวณค่าไฟกันค่ะ การใช้ไฟฟ้า 1 หน่วย หรือ 1 ยูนิต คือ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า 1,000 วัตต์ ในหนึ่งชั่วโมง จะมีสูตรการคำนวนดังนี้ 1 หน่วย = [กำลังไฟฟ้า(วัตต์) ของเครื่องใช้ไฟฟ้า / 1000] x จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า x จำนวนชั่วโมงการใช้งานใน 1 วัน ตัวอย่าง เครื่องปรับอากาศ ขนาด 18,000 BTU (ประมาณ 2,000 วัตต์) จำนวน 1
หลายคนกำลังเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่ประหยัดพลังงาน และประหยัดเงิน แต่ก็ไม่รู้จะเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศอย่างไรดีให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุด อินโนจึงขอนำความรู้เบื้องต้นในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศมาฝาก ดังนี้   1. เลือกขนาดให้เหมาะสมกับห้อง ก่อนอื่นเราต้องทราบขนาดห้องที่ต้องการติดตั้งเครื่องปรับอากาศกันก่อน (หน่วยตารางเมตร) เราจึงจะทราบขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมได้ โดยทั่วไปเรามักจะเรียกขนาดของเครื่องปรับอากาศว่า บีทียูต่อชั่วโมง (BTU/hr : British Thermal Unit/hour) หรือ ตันความเย็น เมื่อเราทราบขนาดห้องแล้วก็มาดูกันว่าขนาดเครื่องปรับอากาศไหนที่เหมาะสมกับห้องของเรา ดังตารางนี้ ที่มา : www.dede.go.th 2. เลือกที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 เมื่อเราได้ขนาดของเครื่องปรับอากาศแล้ว ในการเลือกซื้อควรเลือก เครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ซึ่งในฉลากจะ บอกค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ระบุเป็นค่า EER (Energy Efficiency Ratio) สำหรับเครื่องปรับอากาศชนิดและ ค่า SEER (Seasonal Energy Efficiency Ratio) สำหรับเครื่องปรับอากาศ ชนิด INVERTER 3. การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เมื่อเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมแล้ว เพื่อให้สามารถทำงาน ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรมีการติดตั้งที่ถูกวิธีดังนี้  ติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญงาน
องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) เป็นองค์กรระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และยอมรับระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจการค้าเสรีในการร่วมกันและพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปและโลก โดยมีประเทศที่พัฒนาแล้วที่ไม่ได้อยู่ในทวีปยุโรปเข้าเป็นสมาชิกด้วย ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น OECD ดำเนินกิจกรรมเพื่อความร่วมมือทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเหล่าบรรดาประเทศสมาชิกเกี่ยวกับเรื่องของปัญหา และการจัดการต่างในโลกยุคสมัยใหม่ ซึ่งเน้นไปทางด้านของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิชาการรวมไปถึงปัญหาของสารเคมีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และนอกจากนี้ยังเล็งเห็นเรื่องของความเสี่ยงเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากโลกสมัยใหม่ด้วย
ปัจจุบันพบว่าอาคารธุรกิจส่วนใหญ่มีการใช้พลังงานสูงและมีแแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคต ทำให้ภาคธุรกิจหันมาให้ความสนใจในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยมีแนวทางในการอนุรักษ์พลังงานที่สำคัญที่ผู้บริหารและคณะทำงานควรศึกษาไว้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์พลังงานในอนาคต “การใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า” โดยการสร้างค่านิยมและจิตใต้สำนึกการใช้พลังงาน ด้วยการจัดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานง่ายๆ ที่ทำได้จริงและเห็นผลชัดเจน เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานและช่วยกระตุ้นให้บุคลากรขององค์กร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้พลังงานและอาสาเข้ามามีส่วนร่วมช่วยอนุรักษ์พลังงานของอาคารมากขึ้น “การวางแผนและควบคุมการใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด” มีการลดการสูญเสียพลังงานในทุกขั้นตอนมีการตรวจสอบและดูแลการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลาเพื่อลดการรั่วไหลของพลังงาน เช่น การลดใช้พลังงานเครื่องปรับอากาศ โดยการเปิดเครื่องปรับอากาศหลังเวลาเริ่มงาน 15 นาที และปิดก่อนเวลาเลิกงาน 30 นาที ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25-26 องศาเซลเซียล ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน ตรวจเช็คล้างฟิลเตอร์ เป่าคอนเดนซิ่ง แรงดันน้ำยา และอะไหล่ทุกชิ้นที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพจากการใช้งาน ให้มีการทำความสะอาดแผงกรองอากาศเป็นประจำทุกเดือน การลดชั่วโมงการทำงาน เช่น การปิดเครื่องทำน้ำร้อนน้ำเย็นซึ่งใช้ไฟฟ้ามาก ก่อนเวลาเลิกงาน 30 นาที หรือเปิดเฉพาะบางช่วงเวลา ปิดจอคอมพิวเตอร์และปิดเครื่องเครื่องปรับอากาศในเวลาพักเที่ยง การลดการใช้ไฟฟ้าและแสงสว่าง เช่น การเปิดไฟเฉพาะในเวลาทำการของสำนักงาน หากออกจากห้องเป็นเวลานานให้ปิดไฟทุกครั้ง และควรเปิดไฟทางเดิน เฉลียง ช่องบันได และห้องสุขาไว้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น หมั่นบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่างอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องทุก 3 เดือน โดยทำความสะอาดฝาครอบโคม หลอดไฟ เพื่อให้การทำงานของอุปกรณ์มีประสิทธิภาพ “การเลือกใช้พลังงานทดแทน” โดยเฉพาะพลังงานที่ได้จากธรรมชาติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์
หลอดไฟ LED กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะคุณสมบัติและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของหลอด LED เมื่อเปรียบเทียบผลการประหยัดค่าไฟฟ้ากับราคาค่าหลอด LED และอายุการใช้งานที่ยาวนานแล้ว ถือได้ว่าหลอด LED มีความคุ้มค่ามากทีเดียว ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ได้ศึกษาผลการประหยัดด้วยการเปลี่ยนโคมไฟถนนชนิด LED ขนาด 55,70 และ 85 วัตต์ แทนหลอด High Pressure Sodium ขนาด 90, 125, 135, 150 และ 250 วัตต์ จำนวน 1,607 โคม ในพื้นที่เขื่อนขนาดใหญ่ 4 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ผลจากการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED พบว่าสามารถลดการใช้พลังไฟฟ้าได้ 230 kw (72 %) ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ 1.01 ล้านหน่วย/ปี ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าได้ 2.7
ด้วยคุณสมบัติที่ก้าวล้ำของหลอด LED ที่มีเพียงชิปตัวเล็กๆ ที่ให้ไฟฟ้าวิ่งผ่าน และเปล่งแสงออกมาได้ในทางตรง ไม่ฟุ้งกระจายหรือสูญเสียแสงไปในพื้นที่ที่ไม่ต้องการเหมือนหลอดประเภทอื่น มีระดับความสว่างและความถูกต้องของเฉดสีที่สม่ำเสมอ ไม่มีสารปรอท ทำให้ทัศนียภาพของแสงดีขึ้น จุดเด่นของหลอด LED นอกจากการประหยัดพลังงานแล้ว ยังให้ความสว่างโดยไม่ให้ความร้อนออกมาเหมือนหลอดไส้ ซึ่งตัวหลอดมีขนาดเล็ก สามารถหรี่ไฟหรือปรับความสว่างไฟได้ ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มความหลากหลายในการออกแบบ มีความทนต่อแรงสั่นสะเทือน ทนต่อการใช้งานที่มีการเคลื่อนไหว และมีความปลอดภัยสูง ที่สำคัญหลอดไฟ LED ไม่ต้องใช้ไอปรอทและฉาบสารเรืองแสงเหมือนหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดตะเกียบ ไม่มีโลหะหนักที่เป็นปัญหากับสิ่งแวดล้อม และมีอายุการใช้งานยืนยาวได้ถึง 50,000 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าหลอดชนิดอื่นๆ ข้อมูลจาก EGAT
การประหยัดค่าไฟ ไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มต้นด้วยวิธีง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ถ้าคุณสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ คุณก็จะประหยัดค่าไฟลงได้ ยิ่งใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี ยิ่งประหยัดมากขึ้น เริ่มแรกเราต้องเข้าใจก่อนว่าพลังงานไฟฟ้าหลักของเรามาจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป หลายคนมักจะมองว่าทำไมไม่หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อทดแทนพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป ก็เพราะพลังงานทดแทนเหล่านี้ไม่สามารถผลิตพลังงานเพื่อตอบสนองการใช้งานของเราได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เลยเป็นเหตุผลที่เราต้องประหยัด เพียงปิดไฟ 1 ชั่วโมงก็เป็นการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติได้ทางหนึ่ง พลังงานไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าเพียงช่วยกันแม้คนละนิดคนละหน่อย แค่ดับไฟคนละดวง เลิกใช้อุปกรณ์ หรือลดการใช้ฟ้าฟ้าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งก็ช่วยประหยัดได้มากมายแล้วค่ะ เริ่มต้นประหยัดพลังงานด้วยวิธีง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 ลด ละ เลิก ต้องลด ละ เลิก พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าแบบสิ้นเปลือง เช่น – ลดการเปิดไฟ จากที่เคยเปิด 12 ชั่วโมงให้เหลือ 8 ชั่วโมง – ลดการเปิดเครื่องปรับอากาศในห้องนอนลงวันละ 1 ชั่วโมง – ละเว้นการเปิดวิทยุฟังเพลงพร้อมกับเปิดโทรทัศน์ – เลิกการเปิดโทรทัศน์รายการเดียวกันพร้อมกันคนละเครื่อง คนละห้อง
การประหยัดค่าไฟ ไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มต้นด้วยวิธีง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวคุณเอง ถ้าคุณสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ คุณก็จะประหยัดค่าไฟลงได้ ยิ่งใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี ยิ่งประหยัดมากขึ้น เริ่มแรกเราต้องเข้าใจก่อนว่าพลังงานไฟฟ้าหลักของเรามาจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป หลายคนมักจะมองว่าทำไมไม่หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อทดแทนพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป ก็เพราะพลังงานทดแทนเหล่านี้ไม่สามารถผลิตพลังงานเพื่อตอบสนองการใช้งานของเราได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เลยเป็นเหตุผลที่เราต้องประหยัด เพียงปิดไฟ 1 ชั่วโมงก็เป็นการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติได้ทางหนึ่ง พลังงานไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าเพียงช่วยกันแม้คนละนิดคนละหน่อย แค่ดับไฟคนละดวง เลิกใช้อุปกรณ์ หรือลดการใช้ฟ้าฟ้าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งก็ช่วยประหยัดได้มากมายแล้วค่ะ เริ่มต้นประหยัดพลังงานด้วยวิธีง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 ลด ละ เลิก ต้องลด ละ เลิก พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าแบบสิ้นเปลือง เช่น – ลดการเปิดไฟ จากที่เคยเปิด 12 ชั่วโมงให้เหลือ 8 ชั่วโมง – ลดการเปิดเครื่องปรับอากาศในห้องนอนลงวันละ 1 ชั่วโมง – ละเว้นการเปิดวิทยุฟังเพลงพร้อมกับเปิดโทรทัศน์ – เลิกการเปิดโทรทัศน์รายการเดียวกันพร้อมกันคนละเครื่อง คนละห้อง