<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานหมุนเวียน Archives - INNO</title>
	<atom:link href="https://inno.co.th/category/renewable-energy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://inno.co.th/category/renewable-energy/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 13 Nov 2023 14:41:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/05/cropped-favicon-32x32.png</url>
	<title>พลังงานหมุนเวียน Archives - INNO</title>
	<link>https://inno.co.th/category/renewable-energy/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดัชนีความร้อน Heat Index ความร้อนแรงสะเทือนค่าไฟ</title>
		<link>https://inno.co.th/heat-index/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ecomteam]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 May 2023 12:46:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[SDGS]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าดัชนีความร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://staging.inno.co.th/?p=711</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/heat-index/">ดัชนีความร้อน Heat Index ความร้อนแรงสะเทือนค่าไฟ</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในช่วงหน้าร้อนปี 2023 มานี้หลายคนคงรู้สึกถึงความร้อนของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นมาก รวมถึงเริ่มได้ยินคำว่า&nbsp;“Heat Index”&nbsp;หรือดัชนีความร้อนกันมากขึ้น บางคนรู้จักคำนี้มานานแล้วแต่หลายคนอาจพึ่งรู้จักจากการเสนอข่าวของสื่อ&nbsp;ที่เห็นได้จากข่าวหลากหลายสำนักว่าดัชนีความร้อน&nbsp;Heat Index&nbsp;มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนและสัตว์เป็นอย่างมาก ยิ่งคนที่ทำงานกลางแจ้งหรือผู้ใช้ร่างกายมักเกิดอาการลมแดด&nbsp;(Heat Stroke)&nbsp;กันมากทำให้หมดสติท่ามกลางความร้อนที่เป็นเหตุอันตรายถึงแก่ชีวิต&nbsp;ยิ่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่าในประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงจัดเกิน 40 องศาเซลเซียสกันหลายพื้นที่&nbsp;ซึ่งนอกจากรายงานอุณหภูมิอย่างที่เราทราบกัน&nbsp;ยังมีรายงานเกี่ยวกับดัชนีความร้อน&nbsp;Heat Index&nbsp;ที่ร้อนเกินขนาดทะลุ 50 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ดัชนีความร้อน หรือ&nbsp;</strong><strong>Heat Index&nbsp;</strong><strong>คืออะไร?</strong>&nbsp;</h2>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดัชนีความร้อน&nbsp;(Heat Index)&nbsp;คืออุณหภูมิที่ร่างกายคนเรารู้สึกตามความสัมพันธ์กันระหว่าง อุณหภูมิ และ ความชื้น กล่าวคืออุณหภูมิที่มนุษย์รู้สึกได้ว่าสภาวะอากาศขณะนั้นร้อนหรือเย็น ซึ่งไม่ตรงกันกับอุณหภูมิที่เกิดขึ้นแต่รวมถึงความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ เช่นหากอุณหภูมิ&nbsp;38&nbsp;องศาเซลเซียส แต่มีความชื้นสัมพัทธ์อยู่ที่&nbsp;60 %&nbsp;ในดัชนีความร้อนนี้เราจะรู้สึกว่าอยู่ในอุณหภูมิถึง&nbsp;56&nbsp;องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นความร้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="850" height="687" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/อุณหภูมิ.webp" alt="" class="wp-image-714" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/อุณหภูมิ.webp 850w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/อุณหภูมิ-600x485.webp 600w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /><figcaption class="wp-element-caption">ที่มา : https://www.researchgate.net/</figcaption></figure>



<p>ค่าดัชนีความร้อน&nbsp;(Heat Index)&nbsp;ที่แสดงนั้นอยู่เงื่อนไขที่อยู่ในร่มเงาแต่หากกรณีสัมผัสกับแสงอาทิตย์โดยตรงค่าดัชนีความร้อนอาจเพิ่มขึ้นไปอีกถึง 8 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว&nbsp;ซึ่งคนที่มีร่างกายไม่แข็งแรงหรือแข็งแรงเองก็มีผลต่อร่างกายดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลกระทบดัชนีความร้อน</strong><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1200" height="650" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ผลกระทบดัชนีความร้อน.webp" alt="" class="wp-image-715" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ผลกระทบดัชนีความร้อน.webp 1200w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ผลกระทบดัชนีความร้อน-600x325.webp 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p><strong>27-32 องศาเซลเซียส</strong>&nbsp;อ่อนล้า อ่อนเพลีย วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะได้&nbsp;หากมีกิจกรรมการแจ้งอาจเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนได้&nbsp;</p>



<p><strong>32-41 องศาเซลเซียส</strong>&nbsp;ตะคริว เพลียแดดหากสัมผัสความร้อนเป็นเวลานานอาจเกิดภาวะลมแดด&nbsp;Heat Stroke&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>41-54 องศาเซลเซียส&nbsp;</strong>ปวดเกร็ง เพลียแดด หน้ามืด&nbsp;หากทำกิจกรรมต่อเนี่ยงเสี่ยงต่อสภาวะลดแดด&nbsp;Heat Stroke&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>54 องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;</strong>เกิดสภาวะลมแดด หรือ&nbsp;Heat Stroke&nbsp;ได้ตลอดเวลา และเสี่ยงต่อการเสียชีวิต&nbsp;</p>



<p>ย้อนกลับไปเมื่อช่วงวันที่ 20-21 เมษายน 2566 ที่ผ่านมาพบว่าหลายจังหวัดของไทยมีดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายและอันตรายมากได้แก่&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระดับอันตราย&nbsp;</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>จ.เพชรบูรณ์ ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน&nbsp; 41.7 องศา&nbsp;</li>



<li>อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน&nbsp; 41.5 องศา&nbsp;</li>



<li>เขต&nbsp;บางนา กทม. ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน&nbsp; 48.0 องศา&nbsp;</li>



<li>จ.ชลบุรี ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน 49.8 องศา&nbsp;</li>



<li>จ.ภูเก็ต ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน&nbsp; 47.6 องศา&nbsp;</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระดับอันตรายมาก&nbsp;</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>เขตบางนา กทม. ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน 54.0 องศา&nbsp;</li>



<li>แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน 54.0 องศา&nbsp;</li>



<li>จ.ภูเก็ต ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน 54.0 องศา&nbsp;</li>
</ul>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อดัชนีความร้อนที่มากขึ้นขนาดนี้&nbsp;ทำให้ผู้คนจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ที่หลีกเลี่ยงแสงแดด เปิดแอร์หรือพัดลมเพื่อป้องกันผลกระทบต่อร่างกายรวมถึงภาวะลมแดด(Heat Stroke)&nbsp;และด้วยความร้อนที่มากขึ้นนี้ ส่งผลต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง แอร์ ตู้เย็นทำให้ทำงานหนักมากขึ้นและทำให้อัตรากินไฟฟ้าก็มากขึ้นเนื่องจากต้องทำความเย็นให้ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งเอาไว้และรักษาความเย็นให้คงที่&nbsp;เพราะความต่างของอุณหภูมิในห้องและนอกห้องมีผลต่อการทำงานของแอร์เนื่องจากแอร์ต้องนำพาความร้อนภายในห้องออกสู่นอกห้อง ยิ่งความร้อนจากนอกห้องสูงเท่าไรย่อมมีผลต่ออุณหภูมิภายในห้องไปด้วย ดังนั้นแอร์จึงทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากข้อมูลของ&nbsp;MEA (การไฟฟ้านครหลวง)&nbsp;ได้มีการทดสอบการทำงานของแอร์ 1 ตัวขนาด 12,000 BTU&nbsp;โดยสูตรคำนวณตามสูตรของการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;พบว่าเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส จะทำให้อัตราการกินไฟเพิ่มขึ้น 3%&nbsp;โดยทดลองนี้ได้ตั้งเครื่องปรับอากาศ ปรับอุณหภูมิภายในห้องที่ 26 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิภายนอกห้องมี&nbsp;35 องศาเซลเซียส&nbsp;พบว่ามีการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยที่ 0.69&nbsp;หน่วยต่อชั่วโมงหากคำนวณเป็นค่าไฟฟ้าในอัตราเฉลี่ยหน่วยละ 3.9 บาท&nbsp;จะคิดเป็นเสียค่าไฟฟ้าประมาณ 2.69 บาทต่อชั่วโมง&nbsp;หากอุณหภูมิภายนอกห้องร้อนขึ้นอีก 6 องศาเซลเซียสเป็น 41 องศาเซลเซียส จะทำให้เครื่องปรับอากาศใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.79 หน่วยต่อชั่วโมง หรือเพิ่มสูงขึ้น 14%&nbsp;และจะทำให้เสียค่าไฟถึง&nbsp;3.08 บาทต่อชั่วโมง&nbsp;ดังนั้นจะเห็นได้ว่ายิ่งภายนอกร้อนเท่าไรก็จะยิ่งเสียค่าไฟฟ้ามากขึ้น&nbsp;และเพื่อให้สามารถทำความเย็นได้มีประสิทธิภาพแต่ยังคงบรรเทาทุกข์เรื่องค่าไฟได้อยู่ วันนี้&nbsp;INNO&nbsp;มีเทคนิคเล็กๆน้อยๆ&nbsp;มาฝากกันดังนี้ครับ&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เทคนิคประหยัดไฟจาก ดัชนีความร้อน</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading">1.ล้างแอร์อย่างน้อยปี ละ 2 ครั้ง&nbsp; &nbsp;</h3>



<p>ฝุ่นละอองสะสมจากการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เคยสังเกตหรือไม่ว่าปรับอุณหภูมิแล้วแต่ไม่ค่อยเย็น ส่วนหนึ่งมาจากฝุ่นละอองนี้เองที่อุดตัน การระบายของลมทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น กินไฟมากขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">2.เปิดพัดลมในห้อง&nbsp;</h3>



<p>หลายคนเข้าใจผิดว่าเปิดแอร์พร้อมพัดลมก็ต้องกินไฟมากขึ้นกว่าเดิม แต่แท้จริงแล้วหากเปิดพัดลมไปด้วยเราจะสามารถเพิ่มอุณหภูมิแอร์เพิ่มขึ้นได้โดยยังรักษาความเย็นเท่ากับการไม่เปิดพัดลม ซึ่งลมจากพัดลมนี้เองจะช่วยพัดความร้อนออกไปจากผิวหนัง ส่งผลให้เรารู้สึกเย็นกว่าปกติถึง 2-3 องศา ดังนั้นหากปกติเปิดเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส เราก็สามารถปรับเพิ่มอุณหภูมิไปได้ 26-27 องศาเซลเซียสเลยทีเดียวทำให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้นอีกด้วย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">3.ไม่นำสิ่งที่มีความชื้นไว้ในห้อง&nbsp;</h3>



<p>ปกติการทำงานความเย็นของเครื่องปรับอากาศจะใช้พลังงาน&nbsp;70%&nbsp;ไปกับการกำจัดความชื้น เพื่อให้ห้องแห้งขึ้นนั่นเอง ดังนั้นการนำของที่ชื้นเช่น ตากผ้า หรือ ต้นไม้ไว้ในห้องจะส่งผลให้กินพลังงานเพิ่มขึ้นไปด้วย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">4.ไม่นำของร้อนเข้าห้อง&nbsp;</h3>



<p>ของร้อนเช่นอาหาร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนอย่าง เตารีด เครื่องทำกาแฟ ตู้เย็นและอื่นๆ จะทำให้อุณหภูมิภายในห้องร้อนสูงขึ้น ดังนั้นแอร์จึงต้องใช้พลังงานมากขึ้นตามไปด้วยเพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องให้เย็น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">5.ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนออกนอกห้อง&nbsp;</h3>



<p>ปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30-60 นาที ซึ่งยังช่วงคงความสบาย และประหยัดไฟอีกด้วย</p>



<p>สามารถรับชมเพิ่มเติมได้ใน อินโนเวช่าง&nbsp;(Live)&nbsp;ตอน ดัชนีความร้อนพุ่ง ทำแอร์กินไฟหนัก&nbsp;EP.1&nbsp;ได้ที่นี่&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/watch?v=ZwR9tN3vxec&amp;t=12s"><strong>คลิก!&nbsp;</strong></a>สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;02 941 4080&nbsp;หรือ<strong> <a href="https://inno.co.th/contact/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คลิกที่นี่</a></strong><a href="https://inno.co.th/contact/?lang=th" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong> </strong></a>เพื่อให้เราติดต่อกลับ</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/heat-index/">ดัชนีความร้อน Heat Index ความร้อนแรงสะเทือนค่าไฟ</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ISO 50001 การจัดการพลังงาน</title>
		<link>https://inno.co.th/iso-50001-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ecomteam]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Apr 2023 12:16:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[SDGS]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมและพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบวิศวกรรมอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัล]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://staging.inno.co.th/?p=700</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160;ต้นทุนด้านพลังงานแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/iso-50001-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-2/">ISO 50001 การจัดการพลังงาน</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>&nbsp; &nbsp;ต้นทุนด้านพลังงานแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ นานาประเทศต่างเห็นความสำคัญกับวิกฤตพลังงานกันมากขึ้นเพื่อรองรับปรับตัวกับจุดเปลี่ยนในการจัดการพลังงาน&nbsp;ส่งผลให้การยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็นสิ่งจำเป็น&nbsp;ที่จะช่วยลดต้นทุนพลังงานแก่ธุรกิจลงได้ด้วยการเปลี่ยนการจัดการพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนหรือพลังงานทดแทน&nbsp;(Renewable Energy)&nbsp;และลดการใช้พลังงานลงแต่ยังคงประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในภาคธุรกิจถือเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงสุดจะเห็นได้ชัดจากค่าใช้จ่ายพลังงานที่เกิดขึ้น การใช้พลังงานจำเป็นต้องมีแบบแผนแนวทางการใช้ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทางองค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานอย่าง&nbsp;ISO (International Organization for Standardization : ISO)&nbsp;เห็นถึงความสำคัญของปัญหาด้านพลังงานและให้ความสำคัญในการจัดการพลังงาน จึงได้มีการจัดทำมาตรฐานระบบการจัดการพลังงานอย่าง&nbsp;ISO 50001&nbsp;หรือEnergy Management System&nbsp;ให้องค์กร ธุรกิจต่าง ๆ ได้นำไปใช้ด้วยมาตรฐานระบบจัดการพลังงาน&nbsp;ISO 50001&nbsp;สามารถช่วยตรวจตราการใช้พลังงานขององค์กร และเพิ่มศักยภาพในการประหยัดพลังงานที่เป็นไปได้โดยยังคงประสิทธิผลที่ดีอยู่&nbsp;เพื่อที่จะช่วยควบคุมและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมรองรับกับวิกฤตด้านพลังงานและลดการส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">ISO 50001&nbsp;คืออะไร?&nbsp;</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1200" height="650" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/MicrosoftTeams-image-72.jpg" alt="" class="wp-image-702" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/MicrosoftTeams-image-72.jpg 1200w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/MicrosoftTeams-image-72-600x325.jpg 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นระบบการจัดการพลังงานตามมาตรฐานสากล&nbsp;&nbsp;(Energy Management System)&nbsp;หรือเรียกกันว่า&nbsp;EnMS&nbsp;ได้ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2011&nbsp;(ISO 50001:2011)&nbsp;มีวัตถุประสงค์ ในการส่งเสริมให้องค์กรดำเนินการปรับปรุงสมรรถนะพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการลดต้นทุนด้านพลังงาน&nbsp; นับตั้งแต่ปี 2011&nbsp;(2554)&nbsp;ที่หลายองค์กรได้นำไปปฏิบัติและประสบผลสำเร็จในการปรับปรุงการใช้พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนได้มีการเพิ่มความเข้มข้นและมีการออกฉบับที่ 2&nbsp;(The Second Edition)&nbsp;เมื่อวันที่ 21สิงหาคม ปี 2018 เป็น&nbsp;ISO 50001:2018&nbsp;ให้มีการเปลี่ยนแปลงและให้ประโยชน์ที่สำคัญเพิ่มความเข้มข้นขึ้น อาทิให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบของผู้นำเพิ่มมากขึ้น ปรับเปลี่ยนเนื้อหามาตรฐานให้เป็นมาตรฐานตามโครงสร้างระดับสูง&nbsp;(HLS : High Level Structure)&nbsp;รวมถึงมีการปรับปรุงให้มีความสอดคล้องกับระบบการจัดการISO&nbsp;อื่นๆ ให้สามารถรวบรวมระบบเข้าด้วยกัน ส่งผลให้สามารถควบคุมการใช้พลังงานได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading">ประโยชน์ของ&nbsp;ISO 50001&nbsp;&nbsp;</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>มีกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการวัดประสิทธิผลและจัดการการใช้พลังงาน&nbsp;&nbsp;</li>



<li>ลดการใช้พลังงานและต้นทุนการดำเนินงานขององค์กรได้&nbsp;&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>สนับสนุนเทคโนโลยีประหยัดพลังงานแบบใหม่&nbsp;</li>



<li>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;&nbsp;</li>



<li>เกิดการยอมรับระดับสากล น่าเชื่อถือ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กร&nbsp;</li>



<li>สร้างความตระหนักถึงบทบาทการใช้พลังงาน การจัดการพลังงานให้แก่คนในองค์กร&nbsp;&nbsp;</li>
</ul>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน&nbsp;ISO 50001&nbsp;มุ่งเน้นเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานมีการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ลดปริมาณการปลดก๊าซเรือนกระจก และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ดังนั้นองค์กรควรตระหนักด้านพลังงาน มีวีธีการจัดการพลังงานที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้อย่างเป็นระบบ กำหนดให้องค์กรต้องพัฒนาและจัดทำนโยบายด้านพลังงาน วัตถุประสงค์และ เป้าหมาย รวมถึงแผนงานด้านพลังงานที่กำหนดไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<h2 class="wp-block-heading">INNO&nbsp;กับ&nbsp;ISO 50001&nbsp;&nbsp;</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="650" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ezgif.com-gif-maker-23.webp" alt="" class="wp-image-703" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ezgif.com-gif-maker-23.webp 1200w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ezgif.com-gif-maker-23-600x325.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p>       ปัจจุบันการจัดการพลังงานเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ INNO ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานและได้รับรองมาตรฐานสากล ISO 50001 ทำให้ INNO เป็นที่ไว้วางใจแก่ลูกค้ามาโดยตลอดมาเกือบ 30 ปี โดยมุ่งเน้นการจัดการพลังงานที่เป็นต้นเหตุของค่าใช้จ่ายแก่ธุรกิจ เป็นที่ปรึกษาให้ความรู้ ความเข้าใจด้านการจัดการพลังงาน และยังคงระบบวิธีเชิงนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมต้นทุนที่ลดลงวัดผลได้ชัดเจน การันตีความสำเร็จจัดการพลังงานให้ลูกค้ากว่า 118 รางวัลทั้งระดับประเทศและอาเซียน เพราะ INNO เข้าใจดีว่าแต่ละองค์กรมักพบปัญหาต้นทุนค่าพลังงานในอาคารที่สูงมาก จึงได้นำจุดแข็งของ INNO ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว และได้รับความไว้วางใจแก่ลูกค้าให้เป็นที่ปรึกษาพลังงานขององค์กรลูกค้า เพื่อหาวิธีการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยข้อมูลจริง ส่งผลให้ในปี 2022 INNO ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการจัดการพลังงาน ด้วยการพาลูกค้ากว่า 8 องค์กรมุุ่งเป้าจัดการพลังงานจนสำเร็จทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก MEA Energy Awards ถึง 4 ใน 5 ปีที่มีการจัดโครงการมา จากผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 363 องค์กรทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ส่งผลให้องค์กรลูกค้าของ INNO คว้ารางวัลมูลค่ากว่า 10.5 ล้านบาทจากรางวัลรวมทั้งหมด 23.5 ล้านบาท จาก กฟน. INNO ร่วมปฏิบัติอย่างจริงจังในการลดพลังงานของอาคาร นำลูกค้าทั้ง 10 องค์กรสามารถลดการใช้พลังงานได้ทั้งหมดรวม 842,187.82 kWh/ปี และลดการปล่อย CO2 ได้ ถึง490.2 ตัน/ปี เลยทีเดียว สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 941 4080 หรือ <strong><a href="https://inno.co.th/contact/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คลิกที่นี่ </a></strong>เพื่อให้เราติดต่อกลับ</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/iso-50001-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-2/">ISO 50001 การจัดการพลังงาน</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย</title>
		<link>https://inno.co.th/iso-45001/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ecomteam]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Mar 2023 12:12:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[SDGS]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมและพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบวิศวกรรมอาคาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://staging.inno.co.th/?p=695</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; ภายหลังจากโรค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/iso-45001/">ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ภายหลังจากโรคระบาดจากโควิด 19&nbsp;ทำให้รูปแบบการทำงานในบริษัทเริ่มเปลี่ยนไป คนทำงานใส่ใจอาชีวอนามัยกันมากขึ้นเพราะนี่เป็นยุคที่ทุกคนต้องใส่ใจดูแลสุขภาพเพื่อให้ร่างกายพร้อมต่อสู้กับเชื้อโรคที่อาจเกิดกับตัวเอง รวมไปถึงวิกฤติ&nbsp;PM 2.5 (Particulate Matter 2.5)&nbsp;ที่ตัวเลขพุ่งสูงถึง 800 กว่าที่ภาคเหนือ และค่าเฉลี่ย 180 ในภาคกลางซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างเนื้อเยื่อถุงลมในปอดเป็นอย่างมาก&nbsp;ทำให้ผู้คนจำเป็นต้องจัดหาเครื่องฟอกอากาศเพื่อช่วยยับยั้งปริมาณฝุ่นในขณะที่อยู่บ้าน&nbsp;จากวิกฤติดังกล่าวทำให้การใช้ชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปดังนั้นจะเห็นว่าเราได้เริ่มดูแลตัวเองกันตั้งแต่อยู่ที่บ้าน ระหว่างเดินทางจนถึงกระทั่งที่ทำงานซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดูแลอาชีวอนามัยตนเองอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แต่เมื่ออยู่ที่บ้านเราสามารถดูแลความสะอาดอนามัยได้ง่ายเนื่องจากเป็นปัจจัยภายในที่ควบคุมได้ แต่ปัจจัยภายนอกอย่างที่ทำงานซึ่งเราไม่สามารถควบคุมดูแลได้ทุกเรื่อง&nbsp;ทั้งในเรื่องสถานที่และคุณภาพอากาศ&nbsp;รวมถึงความปลอดภัยขณะทำงาน ดังนั้นจึงต้องมีมาตรฐานควบคุมไว้เป็นสิ่งพึงปฏิบัติในองค์กรอย่างมาตรฐาน&nbsp;ISO 45001&nbsp;ว่าด้วยเรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อรับรองว่าสถานที่ทำงานนี้ปลอดภัยและมีคุณภาพอาชีวอนามัยที่ดีให้แก่บุคลากรในองค์กร&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากข้อมูลขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือ&nbsp;ILO (International Labour Organization)&nbsp;พบว่าสถิติการเสียชีวิตจากการทำงานเฉลี่ยถึง 2.78 ล้านคนต่อปี ส่งผลต่อธุรกิจที่ต้องสูญเสียต่อทรัพยากรในองค์กรอีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อต้นทุนองค์กร จึงเป็นเรื่องที่ทุกองค์กรธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชนต้องหันมาให้ความสำคัญกับการทำงานที่ปลอดภัย&nbsp;เพื่อรักษาบุคลากรอันมีค่าและสร้างความปลอดภัยให้ยั่งยืนตามเป้าหมายที่ 3 ของความยั่งยืนโลกSDGs&nbsp;ด้าน&nbsp;Good Health and well-being&nbsp;ว่ารับรองการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนทุกช่วงอายุอีกด้วย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="650" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/สถิติกิจการเสี่ยงอันตราย.webp" alt="" class="wp-image-697" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/สถิติกิจการเสี่ยงอันตราย.webp 1200w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/สถิติกิจการเสี่ยงอันตราย-600x325.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p>จากข้อมูลสถิติ&nbsp;(ล่าสุดเป็นของปี 2564)&nbsp;จาก&nbsp;SSO (Social Security Office)&nbsp;หรือสำนักงานประกันสังคม พบว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงอันตรายจากการทำงานซึ่งแบ่งเป็นประเภทกิจการที่มีความเสี่ยงสูงสุด 4 อันดับแรกได้แก่&nbsp;</p>



<p>1.งานก่อสร้างอาคาร&nbsp;ถึง&nbsp;4,516&nbsp;รายหรือคิดเป็นร้อยละ 5.77<br>2.งานผลตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานยนต์ 2,014 รายหรือคิดเป็นร้อยละ 2.57<br>3.งานกลึงกัดใสโลหะ 1,623 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 2.07<br>4.งานก่อสร้างถนน สะพาน และอุโมงค์ 1,481 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 1.89</p>



<p>ประกอบไปด้วยกัน 5 จังหวัดที่ประสบเหตุและเจ็บป่วยมากที่สุดได้แก่&nbsp;&nbsp;</p>



<p>1.กรุงเทพมหานคร&nbsp;จำนวน 18,445 ราย<br>2.สมุทรปราการ จำนวน 9,191 ราย<br>3.ชลบุรี 5,977 ราย<br>4.สมุทรสาคร 5,916 ราย<br>5.ปทุมธานี 3,869 ราย&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดังนั้นการลดจำนวนความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยจากการทำงานนั้น หากค่ายิ่งต่ำยิ่งดี&nbsp;และดีที่สุดคือทำให้เป็น&nbsp;“ศูนย์&nbsp;”&nbsp;ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับแบบแผนขององค์กร การจัดการความเสี่ยง&nbsp;การประเมินความเสี่ยง และการสื่อสารต่อพนักงานในองค์กรให้เกิดความตระหนักและเห็นถึงความสำคัญต่อการสูญเสีย ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;ISO 45001<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; มาตรฐาน&nbsp;ISO 45001 : 2018&nbsp;เป็นมาตรฐานที่ควบคุมเรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในองค์กร ที่มาแทนที่มาตรฐานเดิมอย่าง&nbsp;OHSAS 18001&nbsp;&nbsp;ที่ให้ความใส่ใจแก่บุคลากรในองค์กรโดยมุ่งเน้นยกระดับความปลอดภัยอีกทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพอาชีวอนามัยให้สูงขึ้น คำนึงถึงบริบทต่างๆ ความเสี่ยง โอกาสและข้อกำหนดอื่นๆ ให้ป้องกันบุคลากร พนักงาน ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บ การสูญเสียและการเจ็บป่วยอย่างยั่งยืน&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การส่งเสริมอาชีวอนามัย&nbsp;(Occupational Health)&nbsp;ในองค์กรเป็นการส่งเสริมสุขภาพการทำงานให้คงไว้ซึ่งสุขภาพกาย ใจ และความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม รวมทั้งเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการ เบี่ยงเบนด้านสุขภาพที่มีสาเหตุจากการทำงาน โดยการดูแลสภาพแวดล้อม เครื่องมือ กระบวนการให้เหมาะสมกับสภาพกายและจิตใจ องค์การอนามัยโลก&nbsp;(WHO)&nbsp;และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ&nbsp;(ILO)&nbsp;ได้ให้นิยามโรคจากการประกอบอาชีพและโรคเนื่องจากงานตามสาเหตุปัจจัยไว้&nbsp;3 โรคดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>โรคจากการประกอบอาชีพ&nbsp;(Occupational Diseases)&nbsp;หมายถึง โรคหรือการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับคนทำงาน สาเหตุจากการสัมผัสสิ่งที่เป็นโทษต่อสุขภาพในที่ทำงาน ซึ่งอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานในขณะทำงานหรือหลังจากการทำงานเป็นเวลานาน โรคจากการประกอบอาชีพบางโรคอาจเกิดภายหลังหยุดการทำงานหรือลาออกจากงานนั้นๆแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของสิ่งคุกคามสุขภาพ รวมทั้งโอกาสหรือ วิธีการที่ได้รับ</li>



<li>โรคเนื่องจากงาน&nbsp;(Work-related Diseases)&nbsp;หมายถึง โรคหรือความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับคนทำงาน โดยมีสาเหตุปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน การทำงานในอาชีพเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดโรคตัวอย่างเช่น โรคเบาหวานจะมีอาการโรคเส้นเอ็นอักเสบได้ง่าย ดังนั้นลักษณะการทำงานในอาชีพ หากมีการออกแรงซ้ำๆ หรือมีท่าทางการทำงานที่ไม่ถูกต้องก็จะแสดงอาการขึ้น เป็นต้น&nbsp;</li>



<li>โรคจากมลพิษสิ่งแวดล้อม&nbsp;(Environmental Diseases)&nbsp;หมายถึงผลกระทบที่เกิดจากมลพิษปนเปื้อน ในดิน น้ำ อากาศ ทั้งจากธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ ที่ทำให้เกิดโรคหรือผลกระทบทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง&nbsp;</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ประโยชน์ขององค์กรที่ได้รับ</strong><strong>&nbsp;ISO 45001</strong>&nbsp;</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>สภาพแวดล้อมการทำงานเอื้อต่อบุคลากรเหมาะสมแก่การทำงาน&nbsp;</li>



<li>สะท้อนภาพองค์กรที่ให้ความสำคัญเรื่องการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยของบุคลากร&nbsp;ลูกค้าจนถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;&nbsp;</li>



<li>เสริมสร้างความมั่นใจต่อบุคลากร ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;</li>



<li>ช่วยป้องกันความเสี่ยง เช่น การได้รับบาดเจ็บ การเจ็บป่วยจากการทำงาน&nbsp;&nbsp;</li>



<li>ช่วยให้เกิดการแข่งขันในตลาดและระดับสากลได้ดียิ่งขึ้น และยังเป็นแรงจูงใจที่ดีและยั่งยืนแก่พนักงานและพันธมิตร</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1040" height="1040" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/มาตรฐาน-ISO.webp" alt="" class="wp-image-698" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/มาตรฐาน-ISO.webp 1040w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/มาตรฐาน-ISO-900x900.webp 900w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/มาตรฐาน-ISO-600x600.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1040px) 100vw, 1040px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>INNO&nbsp;</strong><strong>ได้รับมาตรฐาน&nbsp;</strong><strong>ISO 45001&nbsp;</strong><strong>เสริมสร้างอาชีวอนามัยและความปลอดภัย</strong><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;</h3>



<p>            INNO รู้ดีว่าบุคลากรในองค์กรเป็นสำคัญที่สุดดำเนินกิจการเกี่ยวกับวิศวกรรมอาคาร มุ่งเป้าเป็นองค์กรปลอดภัยที่อุบัติเหตุ “เป็นศูนย์” ให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัย รวมถึงจัดการสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสมกับอาชีวอนามัย เพื่อให้สุขทั้งกายและใจแก่พนักงาน  โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย อีกทั้งยกระดับการดำเนินงานมาตลอดให้เป็นไปตามหลักสากลจนทำให้ INNO เป็นองค์กรที่ได้รับมาตรฐานISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานมีสภาพแวดล้อมการทำที่ปลอดภัยและดีต่ออาชีวอนามัยทั้งภายในองค์กรและนอกองค์กร สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 941 4080 หรือ<strong> </strong><a href="https://inno.co.th/contact/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>คลิกที่นี่ </strong></a>เพื่อให้เราติดต่อกลับ</p>



<p>อ้างอิง :&nbsp;https://www.chularat3.com/knowledge_detail.php?lang=en&amp;id=525&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-embed"><div class="wp-block-embed__wrapper">
https://www.sso.go.th/wpr/
</div></figure>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/iso-45001/">ISO 45001 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Climate Change กับเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</title>
		<link>https://inno.co.th/climate-change/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ecomteam]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Mar 2023 12:03:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[SDGS]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมและพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[แผงโซล่าร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://staging.inno.co.th/?p=684</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/climate-change/">Climate Change กับเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง&nbsp;(Climate Change)&nbsp;ทั้งหน้าหนาวที่สั้นลง พายุ น้ำท่วมฉับพลัน และปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปกติ ทั้งนี้ในปี 2015 จากงานประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ&nbsp;COP (Conference of the Parties)&nbsp;ครั้งที่ 21 ได้ตกลงร่วมมือกันรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส&nbsp;เทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม&nbsp;(กลางศตวรรษที่ 19)&nbsp;ประเทศที่ร่วมลงนามได้มุ่งผลักดันเป้าหมายใหญ่ ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ค่าเฉลี่ยตามข้อตกลงปารีส หรือ&nbsp;the Paris agreement 2015&nbsp;คือ จำกัดองศาไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส&nbsp;(เทียบกับก่อนยุคอุตสาหกรรมปัจจุบันอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 องศาเซลเซียส)&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แต่ด้วยระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกที่สูงถึง 420 ส่วนในล้านส่วนซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกันว่าเป็นไปได้ยาก โดยบอกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะสูงถึง 1.5 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมในช่วงระหว่างปี&nbsp;2030&nbsp;ถึง 2052&nbsp;หากการปล่อยมลพิษยังคงเพิ่มขึ้นเท่าเคยเป็นมา อีกทั้งยังมีความเห็นว่าการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ 1.5 กับ 2 องศาเซลเซียสย่อมเกิดผลกระทบที่แตกต่างกัน&nbsp;ดังนั้นผลกระทบความต่างเพียงแค่ 0.5 องศาเซลเซียสนั้นถือว่ามีผลกระทบที่ใหญ่มากขึ้นต่อโลกแล้ว&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะเป็นอย่างไร?หากโลกร้อนขึ้น 1.5 หรือ 2 องศาเซลเซียส&nbsp;</h3>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="945" height="1557" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/จะเป็นอย่างไรหากโลกร้อนขึ้น.webp" alt="" class="wp-image-686" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/จะเป็นอย่างไรหากโลกร้อนขึ้น.webp 945w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/จะเป็นอย่างไรหากโลกร้อนขึ้น-546x900.webp 546w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/จะเป็นอย่างไรหากโลกร้อนขึ้น-600x989.webp 600w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/จะเป็นอย่างไรหากโลกร้อนขึ้น-728x1200.webp 728w" sizes="auto, (max-width: 945px) 100vw, 945px" /></figure>



<p><strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น</strong>&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส&nbsp;วันที่อากาศร้อนจัดในละติจูดกลางจะร้อนกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม&nbsp;3&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส&nbsp;วันที่อากาศร้อนจัดในละติจูดกลางจะร้อนกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 4 องศาเซลเซียส&nbsp;</p>



<p>ประมาณ 14% ของประชากรโลกจะต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนสูงทุกๆ 5 ปี หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นถึง 1.5 องศาเซลเซียส&nbsp;</p>



<p>ประมาณ 37%&nbsp;ของประชากรโลกจะต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนสูงทุกๆ 5 ปี หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นถึง 2 องศาเซลเซียส&nbsp;</p>



<p><strong>ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น</strong>&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส&nbsp;ระดับน้ำทะเลคาดว่าจะสูงขึ้นภายในปี 2100 โดย&nbsp;0.46&nbsp;เมตร&nbsp; เมื่อเทียบกับปี 1986-2005&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส&nbsp;ระดับน้ำทะเลคาดว่าจะสูงขึ้นภายในปี 2100 โดย&nbsp;0.46&nbsp;เมตร&nbsp; เมื่อเทียบกับปี 1986-2005&nbsp;</p>



<p>อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้แผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาและกรีนแลนด์ละลายเร็วมากขึ้นระดับน้ำทะเลจึงสูงขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>ความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง</strong>&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ส่งผลต่อ&nbsp;แมลง 6% พืช 8% และสัตว์มีกระดูกสันหลัง 4% จะสูญเสียมากกว่าครึ่งหนึ่งของช่องทางภูมิศาสตร์ที่กำหนดโดยภูมิอากาศ&nbsp;ภายในปี 2100&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส ส่งผลต่อ&nbsp; แมลง 18% พืช 16% และสัตว์มีกระดูกสันหลัง 8% จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหรือสามเท่าคาดว่าภายในปี 2100&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ประมาณ 4% ของพื้นที่บนบกของโลกจะได้รับการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศจากประเภทหนึ่งไปสู่อีกประเภทหนึ่ง เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น&nbsp;1.5&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;</p>



<p>ประมาณ 13%&nbsp;ของพื้นที่บนบกของโลกจะได้รับการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศจากประเภทหนึ่งไปสู่อีกประเภทหนึ่ง&nbsp;เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น&nbsp;2&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;</p>



<p><strong>การละลายของน้ำแข็งในทะเลอาร์กติก</strong>&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส&nbsp;นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่ามหาสมุทรอาร์กติกจะปราศจากน้ำแข็งในฤดูร้อนทุก 100 ปี&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 2&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;มหาสมุทรอาร์กติกอาจปราศจากน้ำแข็งในฤดูร้อนทุกๆ 10 ปี&nbsp;</p>



<p>อาร์กติกที่ไร้น้ำแข็งสามารถนำไปสู่ภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม (ซึ่งตรงข้ามกับน้ำแข็งสีขาว) ดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์มากขึ้น โดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า&nbsp;อัลเบโด&nbsp;เอฟเฟกต์&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ความเสี่ยงของแนวปะการัง</strong>&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส&nbsp;แนวปะการังทั่วโลกคาดว่าจะลดลงอีก 70-90%&nbsp;</p>



<p>เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส&nbsp;แนวปะการังคาดว่าจะลดลงมากกว่า 99% ซึ่งนับเป็นการสูญเสียที่ไม่อาจแก้ไขได้ในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งหลายแห่ง&nbsp;</p>



<p><strong>การประมงทั่วโลกลดลง</strong>&nbsp;</p>



<p>รายงานของ&nbsp;UN&nbsp;คาดการณ์ว่า ด้วยอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสปริมาณการจับสัตว์น้ำทั่วโลกต่อปีสำหรับการประมงทะเลจะลดลงประมาณ 1.5 ล้านตัน&nbsp;ด้วยอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส&nbsp;จะลดลงมากกว่า 3 ล้านตัน&nbsp;</p>



<p><strong>ความยากจนที่เพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;</p>



<p>ชนพื้นเมืองบางกลุ่ม ชุมชนท้องถิ่นที่พึ่งพาการเกษตร ผู้ที่พึ่งพาทรัพยากรชายฝั่งเพื่อการดำรงชีวิต ประชากรบางกลุ่มมีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อผลกระทบของภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>การจำกัดอุณหภูมิให้ร้อนขึ้นที่ 1.5 องศาเซลเซียสสามารถลดจำนวนผู้คนทั่วโลกที่เผชิญกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศและส่งผลให้เกิดความยากจนลดลงได้หลายร้อยล้านคน เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของ 2 องศาเซลเซียส&nbsp;</p>



<p><strong>ผลกระทบต่อสุขภาพ</strong>&nbsp;</p>



<p>จำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากความร้อนและจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีพาหะนำโรค เช่น มาลาเรียและไข้เลือดออกจะเพิ่มขึ้น&nbsp;เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น&nbsp;2&nbsp;องศาเซลเซียส เทียบกับที่เพิ่มขึ้น&nbsp;1.5&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และการเพิ่มขึ้นของ 2 องศาเซลเซียสอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของโรคที่มีพาหะนำโรค&nbsp;</p>



<p><strong>ผลกระทบด้านอาหาร</strong>&nbsp;</p>



<p>การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ 2 องศาเซลเซียส&nbsp;คาดว่าจะนำไปสู่การลดลงของผลผลิตข้าวโพด ข้าว ข้าวสาลี รวมถึงธัญพืชอื่น ๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แนวทางในการจำกัดอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น</strong>&nbsp;</h3>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกในปี 2562 มีปริมาณรวม 59.1 กิกะตันเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ และแม้ว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกจะลดลงอย่างมากในปี 2563 อันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่การลดลงนั้นเป็นเพียงชั่วคราว ดังนั้นมี 2 แนวทางในการจำกัดอุณหภูมิคือ&nbsp;</p>



<p>ลดปริมาณการปล่อยก๊าซ&nbsp;CO2&nbsp;หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยลดก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ 45%&nbsp;จากระดับปี 2010 ภายในปี 2030 จะบรรลุ&nbsp;Net Zero&nbsp;ในปี&nbsp;2050&nbsp;</p>



<p>หากต้องการจำกัดภาวะโลกร้อนให้อยู่ที่ 2 องศาเซลเซียส&nbsp;การปล่อยก๊าซจะต้องลดลงประมาณ 25% ภายในปี 2030 ถึงจะบรรลุ&nbsp;Net Zero&nbsp;ในปี 2070&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/แนวทางในการจำกัดอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น.webp" alt="" class="wp-image-687" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/แนวทางในการจำกัดอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น.webp 1000w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/แนวทางในการจำกัดอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น-600x450.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption class="wp-element-caption">Picture from : markets.businessinsider.com</figcaption></figure>



<p>&nbsp;นาย&nbsp;Fatih&nbsp;Birol&nbsp;ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;IEA&nbsp;:&nbsp;International Energy Agency&nbsp;กล่าวว่าการลงทุนด้านพลังงานสะอาดยังคงสามารถ “เปลี่ยนโลกไปสู่เส้นทางสู่การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593”&nbsp;ได้&nbsp;และได้แนะนำให้ช่วยเหลือสนับสนุนแก่ประเทศกำลังพัฒนาในการลงทุนพลังงานสะอาด&nbsp;พร้อมได้เรียกร้องให้&nbsp;IMF&nbsp;ให้ความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงในโครงการพลังงานสะอาด ซึ่งขณะนี้พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์มีราคาที่ถูกลงในหลายพื้นที่ของโลก ประกอบกับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าก็กำลังจะถูกลงในอนาคต&nbsp;พลังงานดังกล่าวจะทำให้สามารถลดการใช้ก๊าซเรือนกระจก ลดคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อขยับให้เข้าใกล้เป้าหมาย&nbsp;Net Zero&nbsp;ในอนาคตที่จะถึงนี้&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="650" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/DIGITAL-INNOVATION.webp" alt="" class="wp-image-688" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/DIGITAL-INNOVATION.webp 1200w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/DIGITAL-INNOVATION-600x325.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p>                INNO สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์พร้อมส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ตามหลัก<strong><a href="https://inno.co.th/esg-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/"> ESG </a></strong>เพื่อให้บรรลุเป้าหมายโลกอย่าง<a href="https://inno.co.th/tag/sdg/"><strong> SDGs (Sustain Development Goals)</strong></a> นำเทคโนโลยี<a href="https://inno.co.th/renewable-energy/"><strong> Solar Cell</strong> </a>คุณภาพระดับโลก (Tier 1) พร้อมวิศวกรชำนาญการ ประสบการณ์กว่า 28 ปี มาพร้อมกับเทคโนโลยี IOT มอนิเตอร์ระบบไฟฟ้าและระบบอื่นๆของอาคารได้ด้วย <strong><a href="https://inno.co.th/digital-innovation/">DI (Digital Innovation)</a>Platform </strong>ง่ายแค่ปลายนิ้วทั้งระดับบ้านและอาคารสูง สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero เต็มรูปแบบ  สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 941 4080 หรือ<strong> </strong><a href="https://inno.co.th/contact/?lang=th" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>คลิกที่นี่ </strong></a>เพื่อให้เราติดต่อกลับ</p>



<p>อ้างอิง : www.yaleclimateconnections.org/<br>www.wri.org/insights<br>www.thestandard.co<br>FB :&nbsp;Environman</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/climate-change/">Climate Change กับเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไฟไหม้โซลาร์เซลล์</title>
		<link>https://inno.co.th/%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ecomteam]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Nov 2022 11:21:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แผงโซล่าร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://staging.inno.co.th/?p=633</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160;ปัจจุบันโซลาร์เซลล์หรือพลังงานแสงอาทิตย์เป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/">ไฟไหม้โซลาร์เซลล์</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>&nbsp; &nbsp;ปัจจุบันโซลาร์เซลล์หรือพลังงานแสงอาทิตย์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง&nbsp;และเป็นหนึ่งในพลังงานทดแทนที่มีประโยชน์&nbsp;สามารถผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้เองในบ้าน&nbsp;ในอาคาร&nbsp;และหากผลิตได้มากก็สามารถจำหน่ายคืนให้การไฟฟ้าได้ รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกต่างก็เร่งผลักดันนโยบายทางด้านโซลาร์เซลล์ ทำให้ในปัจจุบันการติดตั้งระบบการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในประเทศไทยแนวโน้มการติดตั้งโซลาร์เซลล์&nbsp;หรือ<a href="https://www.enrichenergy.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%9b/">โซล่ารูฟท็อป</a>&nbsp;เพิ่มมากขึ้นภายหลังจากเศรษฐกิจไทยมีทิศทางฟื้นตัวชัดเจนขึ้น&nbsp;ภาครัฐจึงเริ่มยกเลิกมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพต่างๆ&nbsp;ซึ่งก็รวมถึงการทยอยปรับเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ&nbsp;(Ft)&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้นับตั้งแต่ต้นปี&nbsp;2565&nbsp;อัตราค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;และปรับเพิ่มที่ระดับ&nbsp;3.79&nbsp;บาทต่อหน่วยในงวดเดือนพฤษภาคม&nbsp;ถึงสิงหาคม&nbsp;ล่าสุดจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;4.72&nbsp;บาทต่อหน่วยในงวดเดือนกันยายน&nbsp;ถึง&nbsp;ธันวาคม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากแนวโน้มการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เพิ่มขึ้นนี้&nbsp;ก่อให้เกิดกระแสข่าว&nbsp;“แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคากับการเกิดไฟไหม้”&nbsp;มีเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยในหลายเหตุการณ์มีหลายสาเหตุที่ก่อให้เกิดอัคคีภัย&nbsp;ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้แผงโซล่าเซลล์ไฟไหม้?&nbsp;</strong></h4>



<p>โดยสาเหตุหลายประการที่ทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้&nbsp;มีดังนี้&nbsp;</p>



<p>–ระบบไม่ได้ออกแบบให้มีความปลอดภัย&nbsp;</p>



<p>–แผงโซลาร์ไม่ได้มาตรฐาน&nbsp;</p>



<p>–ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ถูกต้อง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>–ผู้ติดตั้งขาดความรู้ความชำนาญ&nbsp;</p>



<p>–ไม่มีระบบหยุดทำงานฉุกเฉิน&nbsp;(Rapid Shutdown&nbsp; )&nbsp;</p>



<p>–ค่าความต้านทานระบบสายดินเกินมาตรฐาน</p>



<p>             ด้วยเหตุนี้ หลายคนที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไปแล้วนั้น อาจมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยจากอัคคีภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไฟไหม้ระบบแผงโซล่าเซลล์ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่ถูกต้องและมีมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา ไฟฟ้าลัดวงจรกระแสย้อนกลับ และความผิดปกติที่พื้นซึ่งอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้  </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="650" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ติดตั้ง-Solar-cell-โดยผู้เชี่ยวชาญวิศวกร.webp" alt="" class="wp-image-636" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ติดตั้ง-Solar-cell-โดยผู้เชี่ยวชาญวิศวกร.webp 1200w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ติดตั้ง-Solar-cell-โดยผู้เชี่ยวชาญวิศวกร-600x325.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วิธีป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการไฟไหม้แผงโซล่าเซลล์</strong>&nbsp;</h3>



<p><strong>1.เลือกผู้ติดตั้งโซล่าเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีความรู้และความชำนาญ&nbsp;</strong></p>



<p>ผู้ติดตั้งโซล่าเซลล์ควรมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง&nbsp;เพื่อเป็นการยืนยันการทำงานที่มีมาตรฐานค&nbsp;และที่สำคัญต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของ“ความปลอดภัยทางไฟฟ้า”&nbsp;โดยเฉพาะทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า&nbsp;เพื่อปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของธุรกิจ&nbsp;</p>



<p><strong>2.ใช้แผงโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ&nbsp;</strong></p>



<p>การที่ซื้อ<a href="https://www.enrichenergy.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/">แผงโซล่าเซลล์</a>คุณภาพต่ำนั้นหรือแผงโซลาร์เซลล์ที่มีราคาถูกอาจจะทำให้มีความเสี่ยง เกิดไฟไหม้&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นในระยะยาว&nbsp;ควรซื้อแผงโซล่าเซลล์ที่มีคุณภาพเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา&nbsp;เช่น&nbsp;การใช้แผงโซลาร์&nbsp;Tier 1&nbsp;คือ&nbsp;การจัดอันดับแผงโซลลาร์เซลล์ตามมาตรฐาน&nbsp;โดยบลูมเบิร์ก&nbsp;บริษัทผู้ให้บริการด้านข้อมูล&nbsp;วิเคราะห์ทางด้านการเงินการลงทุน&nbsp;โดยป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกหากอนาคตเกิดปัญหากับแผงโซลาร์เซลล์ในระยะยาวจะยังมีผู้ผลิตที่ที่คอยดูแลและบำรุงรักษาให้ตลอดอายุที่รับประกันอย่างแน่นอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>3.การบำรุงรักษาแผงโซลาเซลล์และระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p>หมั่นตรวจสอบแผงโซล่าเซลล์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ว่ายังสมบูรณ์อยู่หรือไม่&nbsp;เช่น&nbsp;มีรอยร้าว&nbsp;รอยแตก&nbsp;,&nbsp;รอยฝ้าบริเวณผิว&nbsp;,&nbsp;มีรอยรั่วของน้ำภายในผิวแผงโซล่าเซลล์&nbsp;และ&nbsp;สีของแผงเปลี่ยนหรือไม่&nbsp;และไม่ควรให้มีสิ่งสกปรก&nbsp;เช่น&nbsp;คราบน้ำมัน&nbsp;คราบกาว&nbsp;หรือมูลสัตว์ติดอยู่บนแผงโซล่าเซลล์เป็นระยะเวลานาน เพราะอาจะส่งผลต่อการไหลเวียนของกระแสไฟฟ้าและอาจทำให้แผงเสียหายได้&nbsp;&nbsp;และควรตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับแผงโซล่าเซลล์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ หากมีข้อผิดพลาดให้ทำการแก้ไขให้เร็วที่สุด&nbsp;</p>



<p><strong>4.หลีกเลี่ยงการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เองแบบ DIY&nbsp;&nbsp;</strong>แม้ว่าอาจลดต้นทุนการติดตั้ง&nbsp;แต่ก็อาจทำให้เกิดปัญหามากขึ้นในอนาคต ระบบแผงโซล่าเซลล์มีความซับซ้อนด้วยเหตุนี้จึงไม่ควรพยายามติดตั้งแบบ DIY หากไม่ใช่ช่างไฟฟ้าที่ได้รับการฝึกอบรมหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งโซล่าเซลล์แสงอาทิตย์ การทำเช่นนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงที่<a href="https://www.enrichenergy.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/">แผงโซล่าเซลล์</a>จะติดไฟได้</p>



<p><strong>5.ติดตั้งระบบหยุดทำงานฉุกเฉิน&nbsp;</strong>โดยติดตั้งสวิตช์เริ่มการทำงานระบบหยุดทำงานฉุกเฉิน&nbsp;(rapid shutdown)&nbsp;ในกรณีเกิดไฟไหม้ เพื่อให้นักดับเพลิงสามารถเข้าไปควบคุมเพลิงใหม้ในอาคารได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความเสียหายหรือ&nbsp;สามารถช่วยชีวิตของผู้ที่ติดอยู่ในอาคารได้อย่างปลอดภัย&nbsp;ควรอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่าย&nbsp;เช่น&nbsp;ผนังใกล้ทางเข้าอาคาร&nbsp;เป็นต้น</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบ&nbsp;Rapid shutdown&nbsp;มีมาตรฐาน&nbsp;National Electrical Code (NEC) 2017&nbsp;จากประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;ซึ่งได้กำหนดรายละเอียดของข้อกำหนดระบบหยุดทำงานฉุกเฉิน โดยกำหนดเงื่อนไขระดับแรงดันไฟฟ้าตามขอบเขตรอบแผงโซล่าเซลล์เป็นระยะ 1 ฟุต&nbsp;(305&nbsp;มม.)&nbsp;ในทุกทิศทาง&nbsp;ซึ่งในวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ประเทศไทยโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย&nbsp;(วสท.)&nbsp;ได้บังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง&nbsp;(NEC)&nbsp;ในโครงการติดตั้งโซล่าเซลล์ใหม่ทั้งหมดในประเทศไทยเช่นเดียวกัน&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงการระบบโซล่าเซลล์ในไทย&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;INNO&nbsp;&nbsp;เข้าใจและใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมทั้งเล็งเห็นความสำคัญและความต้องการพลังงานทดแทน&nbsp;INNO&nbsp;จึงพัฒนาบริการด้านการติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์&nbsp;&nbsp;มีผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถพร้อมให้คำปรึกษา&nbsp;แนะนำและติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ&nbsp;ด้วยทักษะความเชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทนที่ได้มาตรฐานสากล&nbsp;</p>



<p>             บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด รับออกแบบดีไซน์ พร้อมบริการติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์แบบครบวงจรได้มาตราฐานระดับสากล ISO 9001, ISO 45001 และ ISO 50001 โดยวิศวกรที่มีประสบการณ์โดยตรงพร้อมบริการหลังการขายระดับมืออาชีพด้วยประสบการณ์ด้านวิศวกรรมยาวนานมากกว่า 28 ปี สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 941 4080 หรือ<strong> <a href="https://inno.co.th/contact/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คลิกที่นี่</a></strong><a href="https://inno.co.th/contact/?lang=th" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong> </strong></a>เพื่อให้เราติดต่อกลับ</p>



<p>Cr.bangkokbiznews<br>www.nexte.co.th</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/">ไฟไหม้โซลาร์เซลล์</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาทำความรู้จักกับ รถ EV รถยนต์ไฟฟ้า</title>
		<link>https://inno.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2electric-vehicle/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ecomteam]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Sep 2022 11:13:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://staging.inno.co.th/?p=621</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2electric-vehicle/">มาทำความรู้จักกับ รถ EV รถยนต์ไฟฟ้า</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วิกฤตสภาพภูมิอากาศ หรือ&nbsp;Climate Change&nbsp;เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญร่วมกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ&nbsp;มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและสภาวะอากาศของโลก&nbsp;จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) พบว่า ในระหว่างปี ค.ศ. 2015-2020 ที่ผ่านมายังเป็นช่วง 6 ปีที่ร้อนที่สุดของโลกโดยคาดการณ์ว่าในอนาคตโลกยังคงจะร้อนขึ้นได้อีกอย่างน้อยปีละ 1 องศาเซลเซียสโดยสาเหตุหลัก ๆ ล้วนมาจากพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการตัดไม้ทำลายป่า การเผาไหม้เชื้อเพลิงในรูปแบบต่าง ๆ การเติบโตของภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึงการคมนาคมขนส่ง หากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆอาจจะนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่ยากต่อการแก้ไข เพราะฉะนั้นทั่วโลกร่วมจัดการประชุมระดับนานาชาติขึ้นเพื่อหาแนวทางยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ โดยหลายประเทศได้มีการลงนามรับรอง อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) โดยกำหนดเป้าหมายร่วมกันคือ Net Zero ให้สำเร็จ&nbsp;ภายในปี ค.ศ.2065 โดยการไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศเพิ่มเติม และหนึ่งยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อให้ถึงเป้าหมาย&nbsp;คือการลดและงดใช้ยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในคือเครื่องยนต์ที่มีการระเบิดหรือเผาไหม้ส่วนผสมของเชื้อเพลิงที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle</strong>&nbsp;เพิ่งจะมาเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายขึ้นเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา และยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และจะกลายมาเป็นยานพาหนะหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เพื่อทดแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน ด้วยคุณสมบัติ ช่วยลดมลพิษทางอากาศ รวมถึงลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท</p>



<p></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="1200" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ประเภท-รถยนต์ไฟฟ้า-EV.webp" alt="" class="wp-image-623" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ประเภท-รถยนต์ไฟฟ้า-EV.webp 1200w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ประเภท-รถยนต์ไฟฟ้า-EV-900x900.webp 900w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ประเภท-รถยนต์ไฟฟ้า-EV-600x600.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p>1.ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด หรือ (HEV, Hybrid electric vehicle)&nbsp;</p>



<p>รถยนต์ไฮบริด เป็นยานยนต์ไฟฟ้าแบบลูกผสม (Hybrid) มีทั้งเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไปและมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่ จึงมีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่ายานยนต์ปกติ รวมทั้งยังสามารถนำพลังงานกลที่เหลือหรือไม่ใช้ประโยชน์เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บในแบตเตอรี่&nbsp; แต่ไม่มีช่องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ตัวอย่าง รุ่นรถยนต์ Hybrid ที่มีการวางจำหน่ายในไทย<br>▪️ Toyota Camry Hybrid, Toyota C-HR Hybrid, Toyota Alphard Hybrid, Toyota CHR Hybrid Toyota Prius, Toyota Altis Hybrid<br>▪️ Honda Accord Hybrid<br>▪️ Nissan X-Trail Hybrid<br>&nbsp;</p>



<p>2.ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (PHEV, Plug-in Hybrid Electric Vehicle)&nbsp;</p>



<p>เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาต่อยอดมาจาก HEV ซึ่งมีการทำงานทั้ง 2 ระบบ (น้ำมันและไฟฟ้า) แต่เพิ่มระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟขึ้นมา (plug-in) การอัดประจุไฟฟ้าจากภายนอกและนำมาเก็บไว้ที่แบตเตอรี่นั้น ทำให้ PHEV สามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลกว่า HEV&nbsp;</p>



<p>ตัวอย่าง รุ่นรถยนต์ Plug-in Hybrid ที่มีการวางจำหน่ายในไทย<br>▪️ กลุ่ม Mercedes plug-in hybrid<br>▪️ BMW plug-in hybrid<br>▪️ Audi plug-in hybrid เป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>3.ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV, Battery Electric Vehicle)&nbsp;</p>



<p>เป็น<a href="https://masii.co.th/blog/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2">รถยนต์ไฟฟ้า</a>ที่ไม่มีการปล่อยไอเสียออกมาเลย เนื่องจากเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และใช้พลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า ซึ่งมาจากการเสียบปลั๊กชาร์จไฟฟ้าอย่างเดียว&nbsp; ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศจากยานยนต์โดยตรง</p>



<p>ตัวอย่าง รุ่นรถยนต์ Battery Electric Vehicle ที่มีการวางจำหน่ายในไทย<br>▪️ Tesla&nbsp;<br>▪️ Nissan Leaf, MG ZS EV<br>▪️ Hyundai IONIQ EV,&nbsp;<br>▪️ BMW i3, Kia Soul EV, BYD E6, Audi e-tron&nbsp; เป็นต้น&nbsp;&nbsp;<br><br>4.ยานยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV, Fuel Cell Electric Vehicle)&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ไฟฟ้าที่มีเซลล์เชื้อเพลิง เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้พลังงานมาจากเซลล์เชื้อเพลิง (fue8 l cell) โดยเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากภายนอก มีความจุพลังงานจำเพาะที่สูงกว่าแบตเตอรี่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เชื่อว่าเป็นคำตอบที่แท้จริงของพลังงานสะอาดในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดอย่างสถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Station) มีน้อยมาก เหมือนที่รถ BEV มี Charging Station ที่น้อยเมื่อหลายปีก่อน</p>



<p>ตัวอย่าง รุ่นรถยนต์ Fuel Cell Electric Vehicle ที่มีการวางจำหน่ายในไทย<br>▪️ Toyota Mirai<br>▪️ Hyundai Nexo<br>▪️ Honda Clarity Fuel Cell<br>&nbsp;</p>



<p><strong>นอกเหนือจากเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังมีข้อดีอื่นๆ อีกดังนี้&nbsp;</strong></p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ความเงียบและอัตราเร่งที่ได้ดั่งใจ</li>
</ol>



<p>เนื่องจากกลไกในการขับเคลื่อนไม่ต้องใช้การจุดระเบิดเพื่อเผาไหม้ จึงทำให้ไม่มีเสียงเวลาขับ แถมยังออกตัวได้ไวอีกด้วย&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list" start="2">
<li>ประสิทธิภาพสูงกว่า รถยนต์ไฟฟ้าใช้มอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งมีแรงบิดมากกว่าโดยเริ่มตั้งแต่ออกตัว เพราะไม่มีขั้นตอนการทดเกียร์อีกต่อไป ทำให้อัตราเร่งได้ดั่งใจของคนขับดีกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน<br>3. ประหยัดค่าใช้จ่ายและค่าซ่อมบำรุง<br>นอกจากจะประหยัดค่าน้ำมันแล้ว ยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลอีกด้วย เพราะรถยนต์ไฟฟ้ามีกลไกในการขับเคลื่อนไม่มากเท่ารถที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน จึงทำให้ไม่ต้องคอยบำรุงรักษา หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง จึงทำให้การดูแลง่ายยิ่งขึ้น<br>4. ไม่ต้องเสียเวลาไปปั๊มน้ำมันเพราะสามารถชาร์จแบตได้ที่บ้าน&nbsp;รถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้น สามารถชาร์จแบตได้ที่บ้าน ซึ่งสามารถชาร์จได้ระหว่างที่นอนหลับ เมื่อตื่นเช้ามารถก็จะอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการเสียเวลาที่สถานีบริการน้ำมันอีกต่อไป&nbsp;</li>
</ol>



<p>จากข้อดีเหล่านี้จึงทำให้รัฐบาลหลายๆ ประเทศ ต่างพากันสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ จีน เยอรมนี อังกฤษ หรือญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศที่มีผู้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอยู่และพยายามที่จะผลักดันนโยบายให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากลายเป็นรถยนต์แห่งอนาคตที่ทั้งโลกหันมาใช้ และสำหรับประเทศไทยนั้นก็มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อยู่บ้างแล้ว เช่น&nbsp;&nbsp;ทางด้านรัฐบาลไทยเองก็สนับสนุนเรื่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน โดยมีมาตรการดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เงินอุดหนุนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลEV&nbsp;และรถกระบะ&nbsp;EV&nbsp;คันละ 70,000-150,000 บาท/คัน และรถจักรยานยนต์&nbsp;EV 18,000 บาท/คัน</li>



<li>ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์จาก 8 % เป็น 2 % และรถกระบะ เป็น 0 %</li>



<li>ลดอากรขาเข้ารถยนต์ที่ผลิตต่างประเทศ และนำเข้าทั้งคัน (CBU) สูงสุด 40 % สำหรับรถยนต์ ถึงปี 2566</li>



<li>ยกเว้นอากรขาเข้าส่วนประกอบรถยนต์ EV จำนวน 9&nbsp;รายการ เพื่อนำมาผลิตหรือประกอบรถ&nbsp;EV ในประเทศ (CKD) จำนวน 9 รายการ</li>
</ol>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทั้งนี้มาตรการของรัฐบาล ไม่ว่าเงินอุดหนุนค่ายรถให้นำไปเป็นส่วนลดแก่ประชาชนที่สนใจซื้อรถEV การลดภาษีนำเข้ารถยนต์ทั้งคัน ลดภาษีนำเข้าส่วนประกอบต่างๆ ล้วนทำให้ราคารถ&nbsp;EV ถูกลง เฉลี่ยแล้วถูกลง 3 แสนบาทต่อคัน ประชาชนจึงจับต้องได้มากขึ้น เพิ่มการติดตั้งจุดชาร์จไฟสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับนโยบายของบริษัทจำหน่ายรถยนต์ได้มีการขานรับมาตรการของรัฐบาลเช่นกัน เช่น&nbsp;Toyota Motor Thailand ประกาศเดินหน้าทำ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ&nbsp;เพื่อร่วมผลักดันให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนโดยเร็วที่สุดโดยรถรุ่นแรกที่จะนำเข้ามาทำตลาดคือ bZ4X&nbsp;&nbsp;รวมทั้ง บริษัท เทสลา (Tesla) ได้เข้ามาตั้งบริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด&nbsp;&nbsp;ในประเทศไทย การเข้ามาของเทสลาครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายใหม่ของรัฐบาลไทยที่ได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อรณรงค์ให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รถ&nbsp;EV&nbsp;หรือ&nbsp;รถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ประเภทแม้จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน&nbsp;แต่ทุกประเภทมีเป้าหมายเดียวกัน&nbsp;นั่นคือ&nbsp;มุ่งลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล&nbsp;และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดภาวะโลกร้อน&nbsp;&nbsp;ถึงรถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาค่อนข้างสูง&nbsp;แต่เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในระยะยาว&nbsp;รถยนต์ไฟฟ้านับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ&nbsp;และเราหวังว่าการสนับสนุนจากรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นมาตรการต่างๆที่ออกมาในข้างต้น จะทำให้คนไทยหันมาเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้นในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น</p>



<p>Cr.greenpeace<br>thunkhaotoday<br>thainews</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2electric-vehicle/">มาทำความรู้จักกับ รถ EV รถยนต์ไฟฟ้า</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขุมพลังงานแห่งจักรวาล ทรัพยากรที่ไม่มีวันหมด</title>
		<link>https://inno.co.th/renewable-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ecomteam]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Aug 2022 10:58:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[SDGS]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[รอยเท้าคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[โซล่าร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://staging.inno.co.th/?p=601</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160;&#160; &#160; &#160;ในสมัยก่อนมนุษย์นำทรัพยากรธรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/renewable-energy/">ขุมพลังงานแห่งจักรวาล ทรัพยากรที่ไม่มีวันหมด</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>ในสมัยก่อนมนุษย์นำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกในวิถีชีวิตด้านต่างๆ&nbsp;ความเจริญก้าวหน้าทางเกษตรและอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ทำให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่หยุดยั้งย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วยจึงทำให้ส่งผลร้ายต่อธรรมชาติตามมา หลังปี&nbsp;1987 เป็นต้นมาพบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีผลกระทบต่อลม ฝน ฤดูกาล ระบบนิเวศเริ่มเสียสมดุล&nbsp;เนื่องจากการเพิ่มปริมาณของก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(The&nbsp;Greenhouse Effect)&nbsp;สะสมที่เกิดจากกิจกรรมการดำรงชีวิตของมนุษย์&nbsp;ปัจจุบันมนุษย์เริ่มเห็นผลกระทบจากกิจกรรมของตนที่ส่งผลเสียต่อโลกทีละนิดจากเหตุการณ์ทางภัยพิบัติต่างๆ&nbsp;&nbsp;เป็นเหตุให้เกิดการร่วมประชุมนานาชาติขององค์การสหประชาชาติที่ได้รับการรับรองจากทั้งหมด 193 ประเทศทั่วโลก เพื่อเป้าหมายว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;SDGs&nbsp;(Sustainable Development Goal)&nbsp;ให้สำเร็จ&nbsp;อันเนื่องจากโลกพบปัญหาอย่างมากทั้งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเพิ่มขึ้นของประชากรมากขึ้นนำมาซึ่งความกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ภายในปี 2050&nbsp;มีการคาดการณ์ว่าจำนวนประชากรบนโลกเพิ่มขึ้นถึง 9.7 พันล้านคน&nbsp;ทำให้ความต้องการพลังงานมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าดังนั้นจึงต้องมีการรับมือการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;จึงมีการมองหาทรัพยากรจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากน้ำมันและถ่านหินที่เป็นตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย&nbsp;SDGs&nbsp;โลก&nbsp;นั่นคือทรัพยากรจากธรรมชาติอย่างพลังงานทดแทน&nbsp;และพลังงานสะอาดซึ่งเป็นพลังงานที่ก่อกำเนิดเองได้ตามธรรมชาติอยู่ใกล้ตัวมนุษย์ เข้าถึงง่ายที่สุดนั่นคือ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1080" height="1080" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ไฟฟ้าเพียงพอ.webp" alt="" class="wp-image-603" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ไฟฟ้าเพียงพอ.webp 1080w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ไฟฟ้าเพียงพอ-900x900.webp 900w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ไฟฟ้าเพียงพอ-600x600.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดยุทธศาสตร์พลังงานแสงอาทิตย์</strong></h2>



<p>         ปัจจุบันโซลาร์เซลล์เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งกลุ่มภาคครัวเรือน ธุรกิจและอุตสาหกรรม ต่างนิยมใช้โซลาร์เซลล์เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของกิจการได้เป็นอย่างดี พร้อมช่วยให้สอดคล้องกับเป้าหมายอนุรักษ์พลังงานของ SDGs ที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมลงนามการประชุมนี้ โซลาร์เซลล์เหมาะสมกับการใช้งานกับอาคารทุกรูปแบบ มีศักยภาพในการผลิตพลังงานมากกว่าการใช้พลังงานของโลกในปัจจุบันหลายเท่า หลายประเทศจึงหันมาส่งเสริมการใช้พลังงานโซลาร์เซลล์ให้กับภาคครัวเรือนและธุรกิจแม้บางประเทศจะเสียเปรียบด้านระยะเวลาคืนนานกว่ากลางวัน  สำหรับประเทศไทยมีพื้นที่ประมาณ 500,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตใกล้เคียงเส้นศูนย์สูตร อยู่ในแถบเขตร้อนซึ่งได้เปรียบในด้านผลิตทรัพยากรพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้ประเทศไทยได้รับพลังงานแสงอาทิตย์โดยเฉลี่ยต่อปีสูงกว่าเขตอื่นๆมีค่าพลังงานแสงอาทิตย์เฉลี่ยค่อนข้างสูงถึงวันละ 4.7 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตารางเมตรความเข้มข้นของรังสีแสงอาทิตย์เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 18.2 เมกะจูลต่อตารางเมตร และสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ถึง 10,000 เมกะวัตต์ต่อปี หากใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ตกลงบนประเทศไทยเพียงร้อยละ 1 ของพื้นที่ทั้งหมดต่อปี จะได้พลังงานเทียบเท่าน้ำมันดิบประมาณ 700 ล้านตัน ดังนั้นประเทศไทยจึงมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่สามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1080" height="1080" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/พลังงานแสงอาทิตย์ของไทย1.webp" alt="" class="wp-image-604" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/พลังงานแสงอาทิตย์ของไทย1.webp 1080w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/พลังงานแสงอาทิตย์ของไทย1-900x900.webp 900w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/พลังงานแสงอาทิตย์ของไทย1-600x600.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p></p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ไทยเป็นอีกประเทศที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงาน&nbsp;มีนโยบายการปรับใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันประเทศไทยเริ่มการปรับเปลี่ยนรถเมล์น้ำมันให้กลายเป็นรถเมล์ไฟฟ้า&nbsp;ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถจากพลังงานทดแทน&nbsp;แทนการใช้เครื่องยนต์สันดาบ&nbsp;ส่วนภาครัฐและเอกชนเร่งสร้างจุดเติมไฟฟ้าเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงมีโซลาร์เซลล์ลอยน้ำที่รองรับการผลิตไฟฟ้าจำนวนมากเพื่อเป้าหมายที่ไทยจะบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 และก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์&nbsp;(Net-Zero&nbsp;Emission)&nbsp;ในปี 2065&nbsp;&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การใช้ไฟฟ้าของไทย</strong></h2>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2021 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด 17,544 GWh&nbsp;แบ่งกลุ่มการใช้เป็นภาคอุตสาหกรรม 37%&nbsp;ธุรกิจ 23%&nbsp;ครัวเรือน 21% IPS* 16%&nbsp;&nbsp;และอื่นๆ 3%&nbsp;โดยภาคกลางมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดคิดเป็น&nbsp;73.21%&nbsp;รองลงมาเป็นภาคตะวันเฉียงเหนือ&nbsp;11.04%&nbsp;ภาคใต้&nbsp;8.04%&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;7.70%&nbsp;ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด&nbsp;5&nbsp;จังหวัดแรกได้แก่&nbsp;1.กรุงเทพมหานคร 2.ระยอง 3.ชลบุรี 4.สมุทรปราการ&nbsp;5.สระบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นเศรษฐกิจและเขตอุตสาหกรรม จากข้อมูลการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย&nbsp;(EGAT)&nbsp;พบว่า ปี&nbsp;2022 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าปีที่แล้ว 6.97%&nbsp;ที่&nbsp;32,254.5 MW&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงอัตราการเติบโตจากภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวจากการเปิดประเทศ&nbsp;ก็ทำให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกันยายน(2565)นี้ ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือกกพ. ได้เคาะขึ้นค่าเอฟที งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 ที่ 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายจริงอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย สูงขึ้นจากงวดปัจจุบันที่จ่ายอยู่ 4 บาทต่อหน่วย&nbsp;ทำให้ค่าไฟยิ่งแพงขึ้นต้นทุนกิจการต้องสูงขึ้นและกระทบต่อทุกภาคครัวเรือนตามไปด้วย&nbsp;ดังนั้นโซลาร์เซลล์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่าย ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและส่งเสริมสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>*(Independent Power Supply คือ ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองโดยไม่ขายเข้าระบบของการไฟฟ้าหรือจำหน่ายไฟฟ้าให้ลูกค้าตรง) </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1080" height="1080" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/Solar-Cell.webp" alt="" class="wp-image-605" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/Solar-Cell.webp 1080w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/Solar-Cell-900x900.webp 900w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/Solar-Cell-600x600.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p><strong>     </strong>INNO เข้าใจถึงการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ยึดถือการทำธุรกิจลดต้นทุนองค์กรและใส่ใจสิ่งแวดล้อมขององค์กรลูกค้า ดำเนินธุรกิจด้วยหลัก ESG(Environment, Social, Governance) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมาย SDGs (Sustainable Development Goals) จากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้น และมีความต้องการในการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น INNO จึงพัฒนาบริการด้านพลังงานทดแทน อย่างโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน มีผู้เชี่ยวชาญทำงานอย่างไม่ลดละเพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยีด้านพลังงาน สามารถให้คำปรึกษา แนะนำและติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ใช้ทักษะความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพลังงานทดแทนนำมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1080" height="1080" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/Good-life.webp" alt="" class="wp-image-606" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/Good-life.webp 1080w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/Good-life-900x900.webp 900w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/Good-life-600x600.webp 600w" sizes="auto, (max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<p></p>



<p>บริษัท อินโนเวชั่น&nbsp;เทคโนโลยี จำกัด รับออกแบบดีไซน์ พร้อมบริการติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์ โดยวิศวกรที่มีประสบการณ์โดยตรง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;02 941 4080&nbsp;หรือ<strong> </strong><a href="https://inno.co.th/contact/?lang=th" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>คลิกที่นี่</strong><strong> </strong></a>เพื่อให้เราติดต่อกลับ</p>



<p>Ref : http://news.mit.edu/2011/energy-scale-part3-1026&nbsp;</p>



<p>Ref : http://www.epco.co.th/departmentofenergybusiness.php</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/renewable-energy/">ขุมพลังงานแห่งจักรวาล ทรัพยากรที่ไม่มีวันหมด</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
