5 มาตรการสำคัญ เพื่อบริหารจัดการอาคารศูนย์การค้า

การแพร่ระบาดของโรคติดต่อครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษนี้ นับว่าเป็นวิกฤตการณ์ที่รุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้าง ความร้ายแรงของการแพร่ระบาดครั้งนี้ทำให้ต้องมีการปิดประเทศ ห้ามไม่ให้มีการเดินทางโยกย้ายหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมตัวกัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ แต่การหยุดชะงักของทุกสิ่งเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด ย่อมสร้างความเสียหายทั้งต่อการดำเนินชีวิตตรวมไปถึงการดำเนินธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ในเร็วๆนี้กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการประกาศ ให้โควิด 19 (COVID 19) เป็นโรคประจำถิ่นพร้อมทั้งมีมาตรการให้ยกเลิกถอดแมสก์ ถอดหน้ากากได้ พร้อมนำร่อง 31 จังหวัดเดือนมิถุนายน ซึ่งได้แก่พื้นที่เฝ้าระวัง (พื้นที่สีเขียว)
14 จังหวัด  

  1. ชัยนาท 
  2. พิจิตร 
  3. อ่างทอง 
  4. น่าน 
  5. มหาสารคาม 
  6. ยโสธร 
  7. นครพนม 
  8. ลำปาง 
  9. อำนาจเจริญ 
  10. บุรีรัมย์ 
  11. ตราด 
  12. สุราษฎร์ธานี 
  13. สุรินทร์ 
  14. อุดรธานี  

และพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (พื้นที่สีฟ้า) 17 จังหวัด 

  1. กรุงเทพมหานคร 
  2. กระบี่ 
  3. กาญจนบุรี 
  4. จันทบุรี 
  5. ชลบุรี 
  6. เชียงใหม่ 
  7. เชียงราย 
  8. นครราชสีมา 
  9. นนทบุรี 
  10. นราธิวาส 
  11. ปทุมธานี 
  12. ประจวบคีรีขันธ์ 
  13. พังงา 
  14. เพชรบุรี 
  15. ภูเก็ต 
  16. ระยอง 
  17. สงขลา 

นอกจากนี้ยังคงแนะนำ 3 กลุ่มที่ยังคงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยได้แก่
1.กลุ่มผู้ป่วย หรือกลุ่มเสี่ยง 608 

2.ผู้ที่อยู่ในสถานที่ปิด 

3.ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวน 

แม้มีการอนุญาตให้ผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด แต่การป้องกันผู้คนจากการติดเชื้อยังถือเป็นหัวใจหลักอันดับแรก ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คนอยากไปมากที่สุด เพราะเป็นศูนย์รวมของสินค้า อาหารและบริการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันอย่างครบวงจร การให้บริการครั้งนี้ ทางห้างสรรพสินค้าและผู้ประกอบการยังต้องปรับแผนดำเนินกิจการภายใต้มาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด รวมถึงลูกค้าเองก็ต้องปรับการจับจ่ายซื้อของแบบวิถีใหม่หรือ  New normal Innovation ให้สอดคล้องกับมาตรการด้วย ในขณะเดียวกันที่วิถีชีวิตแบบใหม่ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตใหม่ หลายๆอาคารก็เริ่มทยอยกลับมาดำเนินกิจการแบบค่อยเป็นค่อยไป มีการปรับขบวนการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค 

 

A NEW NORMAL TOUCHLESS RETAIL ธุรกิจรูปแบบใหม่ ลดการสัมผัส 

การรักษาระยะห่างทางกายแต่คงความใกล้ชิดระหว่างกันและกันทางสังคม โจทย์ท้าทายที่ต้องเสนอความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและยังคงความพึงพอใจให้กับลูกค้าในเวลาเดียวกัน ทำอย่างไรให้ศูนย์การค้าสามารถนำระบบเทคโนโลยี Digital Innovation ที่ทันสมัยมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ สร้างบริการที่สะดวก ง่าย รวดเร็วและปลอดภัย 

 

5 มาตรการสำคัญ เพื่อบริหารจัดการอาคารศูนย์การค้า 

1.Hygienic Cleaning สุขอนามัยเชิงรุก 

แผนการบริหารวิศวกรรมเชิงป้องกัน ไม่เพียงแค่การรักษาความเสถียรทำให้น้ำไหล แอร์เย็น ไฟไม่ดับ ลูกค้าต้องการยิ่งกว่าความปลอดภัยของระบบ Facilities ในอาคารปิดที่จำเป็นต้องใช้พร้อมกับคนกลุ่มใหญ่ เพื่อความสบายใจในการพาทั้งครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกัน 

บริหารจัดตารางการฆ่าเชื้อตามระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ โดยเลือกวิธีที่เหมาะสมในแง่ของลักษณะพื้นที่ ความถี่การในการทำความสะอาด และวิธีฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพจริง ตรงตามวัตถุประสงค์ 

การเตรียมอุปกรณ์อย่างเหมาะสมเพื่อให้พร้อมใช้งานในพื้นที่จุดเสี่ยงต่างๆ ที่ลูกค้ามักมองหาอยู่เสมอ เพิ่มการติดตั้ง Guard Shield ทุกเคาเตอร์บริการ เพิ่มความมั่นใจผู้ใช้บริการ แต่ยังคงความสวยงามให้กับศูนย์บริการ 

การเตรียมห้องอบฆ่าเชื้อถุงสินค้าและสินค้าที่ผ่านการลองด้วยรังสี UV ศูนย์การค้าอาจจัดหาห้องอบ UV ศูนย์กลางสำหรับอำนวยความสะดวกร้านค้าเช่าในพื้นที่ 

 

2.Intensive Screening คัดกรองเข้มงวด 

การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าห้างที่ถูกต้องแม่นยำ โดยลด Human error, Process error และ Tools error 

การลงทะเบียนก่อนเข้าพื้นที่เพื่อติดตาม Tracking ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้จริงเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน และสามารถรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ที่มีการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในไทยและทั่วโลก 

บริการเจลแอลกอฮอล์ในจุดบริการก่อนเข้าห้าง และกระจายตามจุดเสี่ยงจำเป็นที่ยังคงต้องมีการสัมผัสต่างๆ เช่น ตู้เอทีเอ็ม ตู้กดบัตรคิว จุดทดลองสินค้า เป็นต้น 

จัดเตรียมพรมเช็ดเท้าฆ่าเชื้อที่ประตูทางเข้า-ออก อย่างเหมาะสม นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงของเชื้อโรคได้แล้ว ยังสามารถลดการนำฝุ่นเข้าตัวอาคาร ลดต้นทุนการทำความสะอาดภาพรวมของทั้งอาคารได้อีกด้วย 

 

3.Comprehensive Information Tracking เฝ้าระวังติดตาม 

การลงทะเบียนก่อนเข้าพื้นที่เพื่อติดตาม Tracking ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้จริงเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน และสามารถรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ที่มีการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในไทยและทั่วโลก 

อบรมพนักงานที่ปฏิบัติงานในห้างสรรพสินค้าโดยเน้นวิธีปฏิบัติเพื่อรักษาสุขอนามัยอย่างเข้าใจและปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง รวมถึงยังคง Service Mind ได้อย่างดีเยี่ยม 

 

4.Physical Distancing ลดความแออัด 

จัดระบบทางเข้าออกอาคาร เพื่อประสิทธิภาพการดำเนินมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยที่ต้องสะดวก รวดเร็ว ลดระยะเวลารอคอย จำกัดจำนวนคน 1 คนต่อ 1 ตารางเมตร เพื่อลดความหนาแน่นภายในพื้นที่อาคาร ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการช่องทางการขาย เพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าให้กับร้านค้าเช่าต่างๆ ช่องแคชเชียร์พิเศษ PRIORITY สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการและสตรีมีครรภ์ ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน รักษาระยะห่าง 1-1.5 เมตร ในโซนพื้นที่รับประทานอาหารหรือจุดจ่ายเงิน ซึ่งมาตรการนี้ยังคงต้องหาแนวทางที่ตอบโจทย์ในด้านวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบกลุ่มหรือครอบครัวใหญ่ของสังคมไทย หรือการจัดการความยาวของการต่อคิวแคชเชียร์ เมื่อมีผู้ใช้หนาแน่นในช่วงเวลาเดียวกัน จัดโซนเฉพาะสำหรับ Delivery เพื่อความปลอดภัยและความรวดเร็ว จำนวนรอบที่พนักงาน Delivery สามารถส่งสินค้าได้มากขึ้นเท่าไหร่ คือการเพิ่มผลกำไรให้ร้านค้าเช่าซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญของศูนย์การค้าได้มากขึ้นเท่านั้น 

บริการ Drive Thru & Pick Up เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าและลดระยะเวลารอคอยในศูนย์การค้าได้เป็นอย่างดี การจัดการ Facility ด้านนี้เพื่อส่งมอบสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และครบถ้วนตามออเดอร์ที่ลูกค้าต้องการ ลดความเสี่ยงในการส่งมอบออเดอร์ที่ผิดพลาด ซึ่งอาจนำมาสู่การเสียเวลาและความพึงพอใจในแบรนด์ครั้งใหญ่ 

ใช้บันไดเลื่อนโดยการเว้นระยะห่างกัน 2 ขั้น ซึ่งหากรูปแบบอาคารเดิมไม่รองรับความปกติใหม่ข้อนี้ สังเกตจากการเข้าคิวเพื่อขึ้นบันไดเลื่อนยาวเหยียด ศูนย์การค้าอาจมีการเสนอตัวเลือกเส้นทางอื่นๆ เพื่อยังคงอำนวยความสะดวกและดำเนินมาตรการได้ในเวลาเดียวกัน หรือจัดรูปแบบการบริหาร Facility ใหม่ ให้ตอบโจทย์การรักษาความพึงพอใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง และสอดรับกับพฤติกรรม New Normal เต็มรูปแบบ 

5.Touchless Experience ลดการสัมผัส

การออกแบบการกดลิฟต์ลดการสัมผัส หรือเทคโนโลยี touchless buttons ทั้งนี้ควรพิจารณาครอบคลุมไปถึงพฤติกรรมการใช้งานจริง และงบประมาณที่เหมาะสม ประตูอัตโนมัติ เปิด-ปิดในเวลาที่เกิดการเข้า-ออกจริง เทคโนโลยีปัจจุบันนั้นทำให้เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวต่าง ๆ มีต้นทุนถูกลงอย่างมาก Touchless Services สแกน QR Code เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร Store Check-In จองคิวเข้าร้าน หรือแม้แต่ข้อมูล E-menu ทดแทนเมนูกระดาษที่นิยมใช้มายาวนาน เทคโนโลยีนี้ นอกจากลดความเสี่ยงจากการสัมผัสแล้ว ยังทำให้ร้านลดขยะจากการอัพเดทข้อมูลสินค้าและบริการบนเมนูได้อีกด้วย ดีต่อใจ ดีต่อโลก 

Touchless PAYMENT การชำระค่าสินค้าและบริการผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ ระบบคิวอาร์ (Thai QR PAYMENT), โทรศัพท์มือถือ (Mobile PAYMENT), อุปกรณ์สวมใส่ (Wearable PAYMENT) เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนเข้าสู่สังคมไร้เงินสดที่ต้องง่ายและปลอดภัย ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์เช่นเดียวกัน 

  ห้างสรรพสินค้าเป็นธุรกิจแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากมีการ Lockdown เมือง จึงทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อของหรือการทำธุรกิจผ่าน Application บนมือถือ ความจำเป็นที่ต้องไปห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของหรือทำธุรกรรมการเงินก็ลดลง ดังนั้น เมื่อต้องกลับมาให้บริการอีกครั้งพร้อมการปรับใช้มาตรการด้านสุขอนามัยที่เข้มงวด การวางแผนจัดการด้านทรัพยากรอาคารที่ดี INNO มีความเชี่ยวชาญระบบวิศวกรรมอาคาร การบริการอาคารอย่างมาตรฐาน ช่วยทำให้ศูนย์การค้าสามารถสร้างมาตรฐานความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ บนต้นทุนที่เหมาะสม 

บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษางานระบบวิศวกรรม และบริหารงานบำรุงรักษาซ่อมแซมงานระบบวิศวกรรม รวมถึงงานบริหารการจัดการพลังงานภายในอาคาร สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านวิศวกรรมอาคารเพิ่มเติมได้ที่ 02 941 4080 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อให้เราติดต่อกลับ