<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ค่าดัชนีความร้อน Archives - INNO</title>
	<atom:link href="https://inno.co.th/tag/heat-index/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://inno.co.th/tag/heat-index/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 13 Nov 2023 14:40:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/05/cropped-favicon-32x32.png</url>
	<title>ค่าดัชนีความร้อน Archives - INNO</title>
	<link>https://inno.co.th/tag/heat-index/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดัชนีความร้อน Heat Index ความร้อนแรงสะเทือนค่าไฟ</title>
		<link>https://inno.co.th/heat-index/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ecomteam]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 May 2023 12:46:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[SDGS]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าดัชนีความร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://staging.inno.co.th/?p=711</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/heat-index/">ดัชนีความร้อน Heat Index ความร้อนแรงสะเทือนค่าไฟ</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในช่วงหน้าร้อนปี 2023 มานี้หลายคนคงรู้สึกถึงความร้อนของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นมาก รวมถึงเริ่มได้ยินคำว่า&nbsp;“Heat Index”&nbsp;หรือดัชนีความร้อนกันมากขึ้น บางคนรู้จักคำนี้มานานแล้วแต่หลายคนอาจพึ่งรู้จักจากการเสนอข่าวของสื่อ&nbsp;ที่เห็นได้จากข่าวหลากหลายสำนักว่าดัชนีความร้อน&nbsp;Heat Index&nbsp;มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนและสัตว์เป็นอย่างมาก ยิ่งคนที่ทำงานกลางแจ้งหรือผู้ใช้ร่างกายมักเกิดอาการลมแดด&nbsp;(Heat Stroke)&nbsp;กันมากทำให้หมดสติท่ามกลางความร้อนที่เป็นเหตุอันตรายถึงแก่ชีวิต&nbsp;ยิ่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่าในประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงจัดเกิน 40 องศาเซลเซียสกันหลายพื้นที่&nbsp;ซึ่งนอกจากรายงานอุณหภูมิอย่างที่เราทราบกัน&nbsp;ยังมีรายงานเกี่ยวกับดัชนีความร้อน&nbsp;Heat Index&nbsp;ที่ร้อนเกินขนาดทะลุ 50 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ดัชนีความร้อน หรือ&nbsp;</strong><strong>Heat Index&nbsp;</strong><strong>คืออะไร?</strong>&nbsp;</h2>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดัชนีความร้อน&nbsp;(Heat Index)&nbsp;คืออุณหภูมิที่ร่างกายคนเรารู้สึกตามความสัมพันธ์กันระหว่าง อุณหภูมิ และ ความชื้น กล่าวคืออุณหภูมิที่มนุษย์รู้สึกได้ว่าสภาวะอากาศขณะนั้นร้อนหรือเย็น ซึ่งไม่ตรงกันกับอุณหภูมิที่เกิดขึ้นแต่รวมถึงความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ เช่นหากอุณหภูมิ&nbsp;38&nbsp;องศาเซลเซียส แต่มีความชื้นสัมพัทธ์อยู่ที่&nbsp;60 %&nbsp;ในดัชนีความร้อนนี้เราจะรู้สึกว่าอยู่ในอุณหภูมิถึง&nbsp;56&nbsp;องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นความร้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="850" height="687" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/อุณหภูมิ.webp" alt="" class="wp-image-714" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/อุณหภูมิ.webp 850w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/อุณหภูมิ-600x485.webp 600w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /><figcaption class="wp-element-caption">ที่มา : https://www.researchgate.net/</figcaption></figure>



<p>ค่าดัชนีความร้อน&nbsp;(Heat Index)&nbsp;ที่แสดงนั้นอยู่เงื่อนไขที่อยู่ในร่มเงาแต่หากกรณีสัมผัสกับแสงอาทิตย์โดยตรงค่าดัชนีความร้อนอาจเพิ่มขึ้นไปอีกถึง 8 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว&nbsp;ซึ่งคนที่มีร่างกายไม่แข็งแรงหรือแข็งแรงเองก็มีผลต่อร่างกายดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลกระทบดัชนีความร้อน</strong><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1200" height="650" src="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ผลกระทบดัชนีความร้อน.webp" alt="" class="wp-image-715" srcset="https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ผลกระทบดัชนีความร้อน.webp 1200w, https://inno.co.th/wp-content/uploads/2023/06/ผลกระทบดัชนีความร้อน-600x325.webp 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p><strong>27-32 องศาเซลเซียส</strong>&nbsp;อ่อนล้า อ่อนเพลีย วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะได้&nbsp;หากมีกิจกรรมการแจ้งอาจเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนได้&nbsp;</p>



<p><strong>32-41 องศาเซลเซียส</strong>&nbsp;ตะคริว เพลียแดดหากสัมผัสความร้อนเป็นเวลานานอาจเกิดภาวะลมแดด&nbsp;Heat Stroke&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>41-54 องศาเซลเซียส&nbsp;</strong>ปวดเกร็ง เพลียแดด หน้ามืด&nbsp;หากทำกิจกรรมต่อเนี่ยงเสี่ยงต่อสภาวะลดแดด&nbsp;Heat Stroke&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>54 องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;</strong>เกิดสภาวะลมแดด หรือ&nbsp;Heat Stroke&nbsp;ได้ตลอดเวลา และเสี่ยงต่อการเสียชีวิต&nbsp;</p>



<p>ย้อนกลับไปเมื่อช่วงวันที่ 20-21 เมษายน 2566 ที่ผ่านมาพบว่าหลายจังหวัดของไทยมีดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายและอันตรายมากได้แก่&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระดับอันตราย&nbsp;</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>จ.เพชรบูรณ์ ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน&nbsp; 41.7 องศา&nbsp;</li>



<li>อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน&nbsp; 41.5 องศา&nbsp;</li>



<li>เขต&nbsp;บางนา กทม. ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน&nbsp; 48.0 องศา&nbsp;</li>



<li>จ.ชลบุรี ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน 49.8 องศา&nbsp;</li>



<li>จ.ภูเก็ต ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน&nbsp; 47.6 องศา&nbsp;</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระดับอันตรายมาก&nbsp;</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>เขตบางนา กทม. ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน 54.0 องศา&nbsp;</li>



<li>แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน 54.0 องศา&nbsp;</li>



<li>จ.ภูเก็ต ค่าคาดหมายดัชนีความร้อน 54.0 องศา&nbsp;</li>
</ul>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อดัชนีความร้อนที่มากขึ้นขนาดนี้&nbsp;ทำให้ผู้คนจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ที่หลีกเลี่ยงแสงแดด เปิดแอร์หรือพัดลมเพื่อป้องกันผลกระทบต่อร่างกายรวมถึงภาวะลมแดด(Heat Stroke)&nbsp;และด้วยความร้อนที่มากขึ้นนี้ ส่งผลต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง แอร์ ตู้เย็นทำให้ทำงานหนักมากขึ้นและทำให้อัตรากินไฟฟ้าก็มากขึ้นเนื่องจากต้องทำความเย็นให้ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งเอาไว้และรักษาความเย็นให้คงที่&nbsp;เพราะความต่างของอุณหภูมิในห้องและนอกห้องมีผลต่อการทำงานของแอร์เนื่องจากแอร์ต้องนำพาความร้อนภายในห้องออกสู่นอกห้อง ยิ่งความร้อนจากนอกห้องสูงเท่าไรย่อมมีผลต่ออุณหภูมิภายในห้องไปด้วย ดังนั้นแอร์จึงทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากข้อมูลของ&nbsp;MEA (การไฟฟ้านครหลวง)&nbsp;ได้มีการทดสอบการทำงานของแอร์ 1 ตัวขนาด 12,000 BTU&nbsp;โดยสูตรคำนวณตามสูตรของการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;พบว่าเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส จะทำให้อัตราการกินไฟเพิ่มขึ้น 3%&nbsp;โดยทดลองนี้ได้ตั้งเครื่องปรับอากาศ ปรับอุณหภูมิภายในห้องที่ 26 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิภายนอกห้องมี&nbsp;35 องศาเซลเซียส&nbsp;พบว่ามีการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยที่ 0.69&nbsp;หน่วยต่อชั่วโมงหากคำนวณเป็นค่าไฟฟ้าในอัตราเฉลี่ยหน่วยละ 3.9 บาท&nbsp;จะคิดเป็นเสียค่าไฟฟ้าประมาณ 2.69 บาทต่อชั่วโมง&nbsp;หากอุณหภูมิภายนอกห้องร้อนขึ้นอีก 6 องศาเซลเซียสเป็น 41 องศาเซลเซียส จะทำให้เครื่องปรับอากาศใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.79 หน่วยต่อชั่วโมง หรือเพิ่มสูงขึ้น 14%&nbsp;และจะทำให้เสียค่าไฟถึง&nbsp;3.08 บาทต่อชั่วโมง&nbsp;ดังนั้นจะเห็นได้ว่ายิ่งภายนอกร้อนเท่าไรก็จะยิ่งเสียค่าไฟฟ้ามากขึ้น&nbsp;และเพื่อให้สามารถทำความเย็นได้มีประสิทธิภาพแต่ยังคงบรรเทาทุกข์เรื่องค่าไฟได้อยู่ วันนี้&nbsp;INNO&nbsp;มีเทคนิคเล็กๆน้อยๆ&nbsp;มาฝากกันดังนี้ครับ&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เทคนิคประหยัดไฟจาก ดัชนีความร้อน</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading">1.ล้างแอร์อย่างน้อยปี ละ 2 ครั้ง&nbsp; &nbsp;</h3>



<p>ฝุ่นละอองสะสมจากการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เคยสังเกตหรือไม่ว่าปรับอุณหภูมิแล้วแต่ไม่ค่อยเย็น ส่วนหนึ่งมาจากฝุ่นละอองนี้เองที่อุดตัน การระบายของลมทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น กินไฟมากขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">2.เปิดพัดลมในห้อง&nbsp;</h3>



<p>หลายคนเข้าใจผิดว่าเปิดแอร์พร้อมพัดลมก็ต้องกินไฟมากขึ้นกว่าเดิม แต่แท้จริงแล้วหากเปิดพัดลมไปด้วยเราจะสามารถเพิ่มอุณหภูมิแอร์เพิ่มขึ้นได้โดยยังรักษาความเย็นเท่ากับการไม่เปิดพัดลม ซึ่งลมจากพัดลมนี้เองจะช่วยพัดความร้อนออกไปจากผิวหนัง ส่งผลให้เรารู้สึกเย็นกว่าปกติถึง 2-3 องศา ดังนั้นหากปกติเปิดเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส เราก็สามารถปรับเพิ่มอุณหภูมิไปได้ 26-27 องศาเซลเซียสเลยทีเดียวทำให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้นอีกด้วย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">3.ไม่นำสิ่งที่มีความชื้นไว้ในห้อง&nbsp;</h3>



<p>ปกติการทำงานความเย็นของเครื่องปรับอากาศจะใช้พลังงาน&nbsp;70%&nbsp;ไปกับการกำจัดความชื้น เพื่อให้ห้องแห้งขึ้นนั่นเอง ดังนั้นการนำของที่ชื้นเช่น ตากผ้า หรือ ต้นไม้ไว้ในห้องจะส่งผลให้กินพลังงานเพิ่มขึ้นไปด้วย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">4.ไม่นำของร้อนเข้าห้อง&nbsp;</h3>



<p>ของร้อนเช่นอาหาร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนอย่าง เตารีด เครื่องทำกาแฟ ตู้เย็นและอื่นๆ จะทำให้อุณหภูมิภายในห้องร้อนสูงขึ้น ดังนั้นแอร์จึงต้องใช้พลังงานมากขึ้นตามไปด้วยเพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องให้เย็น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">5.ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนออกนอกห้อง&nbsp;</h3>



<p>ปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30-60 นาที ซึ่งยังช่วงคงความสบาย และประหยัดไฟอีกด้วย</p>



<p>สามารถรับชมเพิ่มเติมได้ใน อินโนเวช่าง&nbsp;(Live)&nbsp;ตอน ดัชนีความร้อนพุ่ง ทำแอร์กินไฟหนัก&nbsp;EP.1&nbsp;ได้ที่นี่&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/watch?v=ZwR9tN3vxec&amp;t=12s"><strong>คลิก!&nbsp;</strong></a>สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;02 941 4080&nbsp;หรือ<strong> <a href="https://inno.co.th/contact/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คลิกที่นี่</a></strong><a href="https://inno.co.th/contact/?lang=th" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong> </strong></a>เพื่อให้เราติดต่อกลับ</p>
<p>The post <a href="https://inno.co.th/heat-index/">ดัชนีความร้อน Heat Index ความร้อนแรงสะเทือนค่าไฟ</a> appeared first on <a href="https://inno.co.th">INNO</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
