New normal ในวิศวกรรมอาคาร เทรนการบริหารอาคารในอนาคต

INNO นำ Digital Innovation สู่การยกระดับการทำงานบริการ (Hospitality) เพื่อการบริหารจัดการอาคารแห่งอนาคต

เมื่อ New Normal บีบบังคับให้อาคารต้องสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ายิ่งกว่าที่เคย

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤต covid-19 ที่ส่งผลกระทบกระจายไปทั่วโลก ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างมากคงหนีไม่พ้นธุรกิจบริการ (Hospitality) ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งสถานศึกษา คำถามจากทุกภาคส่วนสะท้อนกลับมาเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำอย่างไรถึงจะสร้าง “ความมั่นใจ” เพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการในยุค New Normal ที่พฤติกรรมลูกค้าได้เปลี่ยนไปจากเดิม ผู้บริหารอาคารต้องปรับตัวอย่างไรในสภาวการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แหล่งที่มาสำคัญอันดับต้นๆของ “ความมั่นใจ” เหล่านั้น แน่นอนว่าจะถูกสัมผัสได้จากองค์ประกอบทั้งหมดของ “อาคาร”

จากประสบการณ์การบริหารอาคารของอินโนมากกว่า 25 ปี หัวใจของอาคารไม่ได้ปรับ เปลี่ยนไป แต่หากสถานการณ์ต่างๆ ช่วยให้เรามั่นใจในสิ่งสำคัญเหล่านี้มากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีการดำเนินการเพียงแค่ในบางอาคารเท่านั้น แต่ความปกติใหม่นี้ดึงให้ทุกอาคารกลับมาเห็นความสำคัญในส่วนที่สำคัญที่สุด เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าของอาคารที่ต้องมีความมั่นคงและมาตรฐานสูง อีกทั้งยังมีการรักษาสมดุลย์การใช้พลังงานและการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ Transform ผ่าน Digital Innovation ในงานวิศวกรรมอาคาร ซึ่งจะเป็น New Normal ในอนาคต

Heart of Building” 3 ห้องหัวใจของอาคาร ได้แก่

1. Safety & Security ที่ครอบคลุมทั้งส่วนของทางกายภาพและทางสังคม อาคารต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้ใช้อาคารในด้านความปลอดภัย สุขอนามัยและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Health & Wellness) เมื่อต้องใช้เวลาอยู่ภายในอาคาร

2. Reliability ระบบปฏิบัติการอาคารที่มีความเสถียร ซึ่งมีองค์ประกอบมาจากทั้งอุปกรณ์และระบบวิศวกรรมอาคารที่ถูกคัดเลือกบริหารจัดการและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

3. Efficiency มุ่งเน้นประสิทธิภาพในองค์รวมทั้งหมดของอาคาร โดยเฉพาะการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy & Environment)

ทั้งนี้ อินโนคาดการณ์ 5 เทรนการบริหารอาคารที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ ได้แก่

1. Intensive Screening : การคัดกรองอย่างเข้มงวด

การเข้างานแบบเดิมนั้นเพียงแค่บริหารจัดการจำนวนคน บันทึกเวลาเข้าปฏิบัติงาน และติดตามคุณภาพงานที่ได้รับมอบหมาย ลดการเกิด Human Error หรือ Tools and Process Error การทำงาน หลังจากนี้จำต้องเพิ่มระบบคัดกรอง-ตรวจสุขภาพพนักงานอย่างเข้มงวดก่อนเข้าทำงานในทุกวัน จัดการ Tracking ข้อมูลสุขภาพ พร้อมตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานทุกคนก่อนเข้าพื้นที่ ทั้งนี้การคัดกรองอย่างเข้มข้นจะสามารถทำได้จริงก็ต่อเมื่อ มีขั้นตอน (Process) การบริหารจัดการที่ชัดเจนและได้มาตรฐาน รวมถึงการใช้เทคโนโลยี (Technology) จากเครื่องมือต่างๆ อย่างถูกต้องเหมาะสมกับจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ นำมาซึ่งมาตรฐานการบริการที่ปลอดภัยจริง ส่งมอบความมั่นใจได้จริง

2. Physical Distancing : ลดคน เพิ่มระยะห่าง จัดเต็มเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพให้อาคารมากยิ่งขึ้น

เดิมการบริหารจัดการเน้นปริมาณผู้ดูแลรักษาระบบเพื่อรับรองการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่หากการบริหารอาคารยุค New Norm จะเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างสิ้นเชิง บริษัทบริหารอาคารต้องลดจำนวนพนักงานปฏิบัติการ ลดการสัมผัส แยกทางเข้า-ออกและพื้นที่ทำงานของพนักงานกับลูกค้าออก จากกัน การบริหารอาคารแบบใหม่จะทำให้เจ้าของอาคารสนใจผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ สนใจประสิทธิภาพงานมากกว่าปริมาณคนที่ต้องเข้าในแต่ละกะ เทคโนโลยีในอนาคตจะถูกลงและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น การเพิ่ม physical distancing เร่งการขยายประสิทธิภาพ นำพาอาคารเข้าสู่การ ใช้ digital Innovation ซึ่งคัดสรรจากประสบการณ์ทำงานของผู้เชี่ยวชาญที่ครำ่หวอดในวงการบริหาร อาคาร

3. Effective Training : รูปแบบการอบรมงานอาคารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การอบรมผ่าน Visual Reality (VR Training) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆของอาคาร ฝึกซ้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินให้เป็นไปตามมาตรฐานต่างๆในงานปฏิบัติการ เพราะเทคโนโลยีนี้สามารถสร้างความเข้าใจผ่านสถานการณ์เสมือนจริงและสามารถมองเห็นแม้กระทั่งระบบการทำงานจริงที่ถูกปกปิดอยู่ภายในเครื่องจักรของอาคาร ยิ่งพนักงานมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานยิ่งลดลง ความเสี่ยงเป็นศูนย์ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

4. Online Consulting : การให้คำปรึกษาและบริหารจัดการอาคารแบบออนไลน์

เมื่อครั้งเทคโนโลยียังไม่พัฒนา ผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูลเชิงลึกของพฤติกรรมอาคารและผู้ใช้อาคาร การพัฒนาเทคโนโลยีจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริหารอาคารต้องปรับรูปแบบเรื่อยมา จนกระทั่งความปกติใหม่เร่งปฏิกิริยาความเปลี่ยนแปลงการบริการให้คำปรึกษาที่ต้องรวดเร็วมากขึ้น เข้าใจพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรของอาคารมากขึ้น และสองคล้องกับรูปแบบ (Pattern) ในการใช้งานที่หลากหลายในทุกประเภทกิจกรรมของธุรกิจของอาคาร ทำให้ผู้บริหารสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าในการวางแผนต้นทุนงานบริหารอาคาร การบำรุง รักษา พัฒนาเทคโนโลยีอาคาร ทั้งนี้ การให้คำปรึกษาจำเป็นต้องรักษาระยะห่างกับผู้ปฏิบัติงานรวมถึงการลดจำนวนครั้งการเข้าพบเจ้าของอาคาร การประชุมสรุปงานจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม online ทั้งหมด ยกเว้นการเข้าอาคารเนื่องจากเหตุจำเป็นเร่งด่วนผ่านข้อมูลที่ถูกประมวลผลเรียบเรียงมาแล้ว เป็นอย่างดี ซึ่งการบริการด้านนี้จะสามารถทำได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องประกอบด้วยหัวข้อที่ 5

5. Big Data Analyzing : แผนการบริหารจัดการต้องมาจากข้อมูล

สถานการณ์การระบาด Covid-19 ผลักดันให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจของอาคารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารอาคารเช่นกัน เมื่อพฤติกรรมอาคารจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป ฝ่ายบริหารอาคารเองจะต้องเตรียมแผนตั้งรับ การเปลี่ยนแปลงให้ทันท่วงที เพราะธุรกิจนั้นรอไม่ได้ การจัดเตรียมแผนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ข้อมูลหลายส่วนที่ครอบคลุมทุกมิติ นำมาซึ่งการบริหารอาคารเชิงกลยุทธ์ รวมถึงเตรียมรองรับสถานการณ์ต่างๆ โดยใช้โจทย์การแพร่ระบาดของ Covid-19 เป็นกรณีต้นแบบในการเผชิญตั้งรับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับการให้บริการธุรกิจของอาคาร แต่ก่อนนั้นเราไม่สามารถบริหารอาคารได้ดีเนื่องจากขาดข้อมูลมาวิเคราะห์ประมวลผล แต่หลังจากเทคโนโลยีต่างๆ จะเข้ามาช่วยผู้บริหารอาคารเก็บรวบรวมและเข้าถึงข้อมูลได้ในปริมาณมหาศาล จะนำมาซึ่งความ ท้าทายใหม่ คือ เราจะสามารถดึงข้อมูลเฉพาะส่วนที่จำเป็นเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจได้อย่างไร? เครื่องมืออะไรบ้างที่ช่วยทำการวิเคราะห์ สังเคราะห์ กรั่นกรองเฉพาะสิ่งที่ผู้บริหารต้องการ และนำไปใช้ช่วยปรับกลยุทธ์ได้ในทันทีทันใด ให้ธุรกิจมาสามารถปรับเปลี่ยนแผนได้อย่างรวดเร็วใน รูปแบบที่อาจไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ระยะยาว 5 ปี 10 ปี อีกต่อไป หากเรามีเครื่องมือที่ดีแล้ว ในยุค Digital transformation นี้ ข้อมูลสำคัญจะช่วยให้ผู้บริหารระบุเป้าหมาย และแยกแยะปัจจัยทางธุรกิจ เพื่อบริหารจัดการอาคารและภาพรวมธุรกิจให้ดีที่สุด

 

อีกเคล็ดลับที่นำไปสู่ความสำเร็จในการบริหารอาคารก็คือ การทำงานด้วยหัวใจ ทลายกรอบและข้อจำกัดของ Hard Side Knowledge ด้วย Soft Side Knowledge บน digital transformation ที่กำลังใช้ระบบอัจฉริยะหมุนโลกด้วยอัตราเร่งสูงสุด

INNO มุ่งมั่นที่จะส่งมอบความเชี่ยวชาญ เป็นผู้ช่วยคู่ใจในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าสถานการณ์ต่างๆ ของโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร

 

บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษางานระบบวิศวกรรม และบริหารงานบำรุงรักษาซ่อมแซมงานระบบวิศวกรรม รวมถึงงานบริหารการจัดการพลังงานภายในอาคาร สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านวิศวกรรมอาคารเพิ่มเติมได้ที่ 02 941 4080 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อให้เราติดต่อกลับ