ความคุ้มค่าในการลงทุนประหยัดพลังงาน (Investment valuably on energy saving)

การลงทุนทางด้านพลังงานของประเทศ เราแบ่งออกเป็น 2 อย่างหลัก ๆ คือ ด้าน Supply กับ Demand

ทางด้าน Supply ก็จะเน้นไปกับการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อจัดจำหน่าย ส่วนทางด้าน Demand ก็จะมองถึงผู้ใช้หรือผู้ประกอบการที่ต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน แต่ปัจจุบันผู้ใช้สามารถลงทุนด้าน Supply ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น โครงการ Solar rooftop ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และหลักการในการลงทุนมาตรการประหยัดพลังงานให้ประสบความสำเร็จ สิ่งที่สำคัญในการลงทุนที่ผู้บริหารต้องมองถึงคือ “ความคุ้มค่าในการลงทุน” ความคุ้มค่าสามารถกล่าวได้อีกทางหนึ่ง คือ การมองผลลัพธ์ให้ครบนั่นเอง

โดยปกติจะมองผลลัพธ์ต่าง ๆ ดังนี้ 1.Productivity 2.Quality 3.Cost 4.Delivery 5.Safety and Healthy 6.Environment 7.morale และมีการลงทุนแบ่งปันเป็น 3 ด้าน

  1. มีด้านทรัพยากรมนุษย์ในการพัฒนาบุคลากร (People)
  2. ด้านการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Process)
  3. ด้านการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในอาคารสถานที่ให้เหมาะสมทันสมัย (Place)

โดยหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาการลงทุนมีอายุทางกายภาพ ด้านเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์หรือการเงิน ฟังก์ชั่นการใช้งาน อายุเทคโนโลยี รวมถึงปัจจัยภายนอก ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับพลังงาน และนโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การนำหลักเกณฑ์ ฟังก์ชั่นการใช้งานมาพิจารณา

กรณีศึกษา

จากอาคารโรงแรมธรรมรินทร์ธนา (รูป ก) จะเห็นได้ว่า การออกแบบการใช้แสงสว่างสำหรับงานจัดเลี้ยง ห้องประชุม และห้องสัมมนาในพิธีต่าง ๆ จะถูกออกแบบแสงสว่างให้มีความสวยงาม แต่หลอดไฟฟ้านั้นมีอายุสั้น เปลืองพลังงานและราคาแพง เมื่อเราพิจารณาถึงฟังก์ชั่นการเตรียมงาน เช่น การจัดเวที จัดโต๊ะ ทำความสะอาด ทั้งก่อนและหลังเลิกงานนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้โคมไฟและหลอดไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างสวยงามเกินความจำเป็น หลักการและแนวคิดในการดำเนินโครงการเกิดขึ้น เนื่องจากมีการค้นหามาตรการ ซึ่งพบว่าในกระบวนการเตรียมห้องจัดเลี้ยงขณะเจ้าหน้าที่เตรียมงาน มีการเปิดระบบไฟฟ้าแสงสว่างทั้งหมด 277 หลอด ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ให้สอดคล้องกับเวลาเตรียมห้องจัดเลี้ยง โดยเลือกใช้หลอดแสงสว่างที่เหมาะสมและให้ค่าประสิทธิผลการส่องสว่างสูงและมีอายุการใช้งานนาน จำนวน 4 หลอด ก็สามารถประหยัดค่าพลังงานและค่าใช้จ่ายลดลงปีละ 57,774.88 โดยมีระยะเวลาคืนทุน 0.43 ปี

(รูป ก)                                                          (รูป ข)

 

 

 

 

 

 

แต่เมื่อเราพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุนหลายๆ มิติ จากกรณีศึกษานี้สามารถอธิบายให้เห็นถึงมุมมองต่าง ๆ โดยเริ่มจาก Productivity ที่เพิ่มขึ้น จากเดิมเปิดทั้งหมด 277 หลอด ขณะเตรียมงานนการจัดเลี้ยงลดลงเหลือแค่ 4 หลอด ทำให้สามารถลดเวลาและจำนวนการเปลี่ยนหลอดไฟที่ลดลง ทำให้งานที่ตามมา เช่น การจัดซื้อ การแจ้งซ่อม การบำรุงรักษาลดลง จึงทำให้เกิด Productivity ในการทำงานเพิ่มขึ้น ส่วน Quality เราจะมองที่ความเหมาะสมและความจำเป็นกับความคุ้มค่าในการลงทุนทุกครั้งที่มีการเปลี่ยน เมื่อหลอดหมดอายุการใช้งานก็จะมีเรื่องความเสี่ยงเสมอ เนื่องจากโคมที่ติดตั้งอยู่บนฝ้าเพดานสูง ดังนั้นเมื่อจำนวนหลอดไฟฟ้าลดลง ความเสี่ยงก็ลดลง และทำให้เกิดความปลอดภัย Safety แก่พนักงานในการซ่อมบำรุงมากขึ้นนั่นเอง

 

บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษางานระบบวิศวกรรม และบริหารงานบำรุงรักษาซ่อมแซมงานระบบวิศวกรรม รวมถึงงานบริหารการจัดการพลังงานภายในอาคาร สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านวิศวกรรมอาคารเพิ่มเติมได้ที่ 02 941 4080 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อให้เราติดต่อกลับ

” 23 ปี ของ INNO มุ่งมั่นสร้างความสำเร็จให้คุณ เพราะความสำเร็จของคุณคือความสำเร็จของเรา”

 

บทความจาก อ.บัณฑิต งามวัฒนะศิลป์
ผู้บริหาร บริษัท อินโนเวชั่น เทคโนโลยี จำกัด