FORGOT YOUR DETAILS?

SUSTAINABILITY BLOG

Ideas fresh from our R&D department

“จุดเริ่มต้นอันดับแรกของความสำเร็จที่ยั่งยืน เริ่มจากผู้นำองค์กรกับการให้คำมั่นสัญญา ซึ่งนายแพทย์ชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ได้กำหนดให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นเรื่องหนึ่งของยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล ซึ่งกำหนดในพันธกิจของโรงพยาบาลฯ หัวข้อ เสริมสร้างระบบบริหารจัดการให้มีความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและพอเพียง รวมทั้งมีระบบควบคุม ติดตาม ประเมินผลที่เหมาะสม” โดยมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเพื่อการประหยัดและอนุรักษ์พลังงานให้ประสบความสำเร็จ กำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานในแต่ละปี ให้ลดลงต่ำกว่าปีที่ผ่านมาอย่างน้อย 10% และกำหนดให้เป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานจะต้องถือปฏิบัติให้ชัดเจนจนเป็นรูปธรรม มีการติดตามและประเมินผลการอนุรักษ์พลังงาน โดยเสนอให้คณะผู้บริหารทราบอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายที่จะเป็นอาคารที่เป็นเลิศด้านการประหยัดพลังงานและเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานของภาคกลาง นอกจากนี้ได้ทำป้ายประชาสัมพันธ์นโยบายฯ ติดตามจุดต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานได้รับทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการติดตามผลการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด ได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้า โดยท่านผู้อำนวยการฯจะร่วมเป็นประธานการประชุม โดยคณะกรรมการด้านการอนุรักษ์พลังงานจะรายงานผลการดำเนินทุกเดือน ให้ความสำคัญเทียบเท่ากับการประชุมกรรมการบริหารโรงพยาบาลฯ อีกทั้งได้ลงพื้นที่ติดตามมาตรการอนุรักษ์พลังงานตามหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง      การมีส่วนร่วม การอนุรักษ์พลังงานของโรงพยาบาลฯ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดถึงระดับปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน จึงได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานต่าง ๆ เกิดขึ้นมามากมายเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมอบรมสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงาน จนเกิดแนวร่วมที่จะช่วยกันอนุรักษ์พลังงานในหลาย ๆ ภาคส่วน ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล เจ้าหน้าที่ ช่าง รปภ. แม่บ้าน จึงได้มีการเปิดรับสมัครแนวร่วมและแต่งตั้งเป็น สส.พลังงาน ซึ่งเป็นแกนนำรับผิดชอบการอนุรักษ์พลังงานในแต่ละพื้นที่
หลักการในการจัดการพลังงานสำหรับอาคาร สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญประการหนึ่งคือ อาคารต้องมีการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากอาคารโรงพยาบาลนั้นจัดว่าเป็นอาคารที่มีการใช้พลังงานในปริมาณที่มากกว่าอาคารทั่วไป โรงพยาบาลต้องการความปลอดภัยสะดวกรวดเร็วในการให้บริการแก่ผู้ป่วย ผู้มาใช้บริการ ผู้บริหารโรงพยาบาล และบุคลากรทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการทำงานที่สอดคล้องกันเป็นการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันหรือตลอดเวลา ดังนั้นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพจะทำให้สามารถลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ มีระบบ monitoring เป็นระบบที่มีการเฝ้าติดตามสังเกตพฤติกรรมการทำงานของเครื่องจักรอุปกรณ์ รวมไปถึงในการ operation เครื่องจักร ทำให้ทราบถึงสิ่งที่เกิดข้อบกพร่องและข้อผิดพลาด หรือเมื่อไหร่ที่ถึงเวลาที่เครื่องจักรต้องบำรุงรักษา ทำให้เราสามารถกำหนดการวางแผนบำรุงรักษาเป็นการล่วงหน้าได้ทันการ เป็นการทำ predictive maintenance ระบบจะบอกประสิทธิภาพและตรวจสภาพในการทำงานของเครื่องจักรอุปกรณ์ตลอดเวลาโดยผ่าน sensor ต่าง ๆ เช่นการติดตั้งเครื่องมือวัดพลังงานไฟฟ้า เราก็สามารถพิจารณาถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานในเครื่องจักร อุปกรณ์ เพื่อสามารถทราบหรือหาสาเหตุความรุนแรงในสิ่งที่ผิดปกติที่เริ่มเกิดขึ้นได้ซึ่งเป็นที่มาของการสิ้นเปลืองพลังงาน หรือทราบข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้าแต่ละหน่วยงานช่วยให้บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ENERGY AND ENGINEERING INFORMATION SERVICE   ในการ control หรือการควบคุมให้เป็นไปตามฟังก์ชันและเงื่อนไข ในการปฏิบัติงานผ่านซอฟต์แวร์ มีการควบคุมเครื่องจักรอุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะทำให้เกิดการควบคุมที่มีความปลอดภัยถูกต้องแม่นยำในการวิเคราะห์และประมวลผล ทำให้เกิดความรวดเร็ว ประหยัดเวลาให้กับองค์กร รวมทั้งประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย ตลอดจนเกิดความเชี่ยวชาญในการควบคุมการปฏิบัติงาน   ENERGY AND ENGINEERING
“การลงทุนที่คุ้มถ้าเราจะต้องมองผลลัพธ์ให้ครบถ้วนเพื่อใช้ในการตัดสินใจ สิ่งที่สำคัญ คือ ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ รวมทั้งเวลาและโอกาสที่เหมาะสมในการลงทุน” กรณีศึกษา : อาคารโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา จากโครงการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและประหยัดพลังงาน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรองรับผู้ป่วยและญาติรวมถึงเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้รูปแบบฟังก์ชันความพร้อมใช้งานของเคาน์เตอร์พยาบาลครบถ้วนและสะดวกต่อการใช้งาน เพื่อต้องการเพิ่มจำนวนของห้องผู้ป่วยให้มากขึ้น มีแสงสว่างที่ใช้สำหรับทำการพยาบาลบริเวณเตียงผู้ป่วยที่เหมาะสมและประหยัดพลังงาน ต้องการความปลอดภัยในส่วนของห้องพักผู้ป่วย ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลมีพื้นที่จำกัดเมื่อเทียบกับปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น และที่ผ่านมาได้มีการขยายตัวของธุรกิจการเจริญเติบโตของเมืองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นประกอบกับอายุการใช้งานของตัวอาคารเสริมลงตามสภาพการใช้งาน ทางผู้บริหารจึงมีนโยบายให้มีการปรับปรุงให้ทันสมัย โดยเริ่มปรับปรุงตัวอาคารในส่วนของหอพักผู้ป่วยทั้งหมด 8 ชั้น ชั้นละ 27 ห้อง ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่หอพักผู้ป่วยเริ่มจากการศึกษาฟังก์ชันการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายใน word รวมถึงขนาดของพื้นที่ในการสร้างห้องพักผู้ป่วยและที่สำคัญคือพื้นที่เดิมที่มีอยู่ของ word มีความจำเป็นต้องมีการปรับฟังก์ชั่นหรือไม่ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้พบว่าการปรับย้ายตำแหน่ง Counter พยาบาลจากตำแหน่งเดิมมาที่ตำแหน่งหน้าลิฟท์โดยสารและลดจำนวนห้องผู้ป่วย 1 ห้องเพื่อมาเป็นพื้นที่เคาน์เตอร์สามารถดำเนินการได้ ทำให้สามารถสร้างห้องพักผู้ป่วยได้ 4 ห้องในตำแหน่งเคาน์เตอร์พยาบาลเดิมซึ่งไม่กระทบกับฟังก์ชันการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด      สรุป จากกรณีศึกษาเราสามารถเพิ่มห้องพักผู้ป่วยอีก 3 ห้องและสามารถเพิ่มราคาจัดการปรับปรุงห้องพักเดิมทำให้เกิดรายได้ปีละ 10 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณลงทุน 10 ล้าน ดังนั้นจะคืนทุนที่ 0.9 3 ปี ลูกค้ามีความพึงพอใจ และปลอดภัยเพิ่มขึ้น
การลงทุนทางด้านพลังงานของประเทศ เราแบ่งออกเป็น 2 อย่างหลัก ๆ คือ ด้าน Supply กับ Demand ทางด้าน Supply ก็จะเน้นไปกับการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อจัดจำหน่าย ส่วนทางด้าน Demand ก็จะมองถึงผู้ใช้หรือผู้ประกอบการที่ต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน แต่ปัจจุบันผู้ใช้สามารถลงทุนด้าน Supply ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น โครงการ Solar rooftop ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และหลักการในการลงทุนมาตรการประหยัดพลังงานให้ประสบความสำเร็จ สิ่งที่สำคัญในการลงทุนที่ผู้บริหารต้องมองถึงคือ “ความคุ้มค่าในการลงทุน” ความคุ้มค่าสามารถกล่าวได้อีกทางหนึ่ง คือ การมองผลลัพธ์ให้ครบนั่นเอง โดยปกติจะมองผลลัพธ์ต่าง ๆ ดังนี้ 1.Productivity 2.Quality 3.Cost 4.Delivery 5.Safety and Healthy 6.Environment 7.morale และมีการลงทุนแบ่งปันเป็น 3 ด้าน มีด้านทรัพยากรมนุษย์ในการพัฒนาบุคลากร (People) ด้านการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Process) ด้านการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในอาคารสถานที่ให้เหมาะสมทันสมัย (Place) โดยหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาการลงทุนมีอายุทางกายภาพ ด้านเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์หรือการเงิน ฟังก์ชั่นการใช้งาน
หลายคนกำลังเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่ประหยัดพลังงาน และประหยัดเงิน แต่ก็ไม่รู้จะเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศอย่างไรดีให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุด อินโนจึงขอนำความรู้เบื้องต้นในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศมาฝาก ดังนี้   1. เลือกขนาดให้เหมาะสมกับห้อง ก่อนอื่นเราต้องทราบขนาดห้องที่ต้องการติดตั้งเครื่องปรับอากาศกันก่อน (หน่วยตารางเมตร) เราจึงจะทราบขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมได้ โดยทั่วไปเรามักจะเรียกขนาดของเครื่องปรับอากาศว่า บีทียูต่อชั่วโมง (BTU/hr : British Thermal Unit/hour) หรือ ตันความเย็น เมื่อเราทราบขนาดห้องแล้วก็มาดูกันว่าขนาดเครื่องปรับอากาศไหนที่เหมาะสมกับห้องของเรา ดังตารางนี้ ที่มา : www.dede.go.th 2. เลือกที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 เมื่อเราได้ขนาดของเครื่องปรับอากาศแล้ว ในการเลือกซื้อควรเลือก เครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ซึ่งในฉลากจะ บอกค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ระบุเป็นค่า EER (Energy Efficiency Ratio) สำหรับเครื่องปรับอากาศชนิดและ ค่า SEER (Seasonal Energy Efficiency Ratio) สำหรับเครื่องปรับอากาศ ชนิด INVERTER 3. การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เมื่อเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมแล้ว เพื่อให้สามารถทำงาน ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรมีการติดตั้งที่ถูกวิธีดังนี้  ติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญงาน
เมื่อพูดถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าในบ้านพักอาศัย สิ่งที่ใช้พลังงานมากที่สุดคงต้องนึกถึงเครื่องปรับอากาศ ดังนั้นการเลือกเครื่องปรับอากาศที่มี ประสิทธิภาพ คือ ทําความเย็นได้ใช้พลังงานน้อยก็จะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้มากเลยทีเดียว ในปัจจุบันมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ได้พัฒนา เครื่องปรับอากาศเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้มีตัวเลือกในการใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการประหยัดพลังงานและไม่ส่งผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงจะขอยกตัวอย่างนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศ ดังนี้ ระบบ Dual inverter compressor ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราจะได้ยินการพูดถึงเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพการทําความเย็นสูง รูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทําความเย็นและลดการใช้พลังงานลงเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องปรับอากาศรุ่นเดิมๆ สําหรับปัจจุบัน เครื่องปรับอากาศที่จําหน่ายในประเทศไทยแทบจะทุกยี่ห้อมีการนําระบบอินอินเวอร์เตอร์มาใช้และบางยี่ห้อได้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นระบบ Dual inverter compressor ที่มีการพัฒนาให้คอมเพรสเซอร์ เร่งการทํางานด้วยความเร็วรอบสูงด้วยคอมเพรสเซอร์แบบโรตารี 2 ตัว สามารถทำความเย็นได้อย่าง รวดเร็วตามระดับอุณหภูมิที่ตั้งไว้ โดยคอมเพรสเซอร์จะทํางานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแต่จะเพิ่มหรือ ลดความเร็วรอบตามอุณหภูมิที่ตั้งค่าไว้ทําให้อุณหภูมิภายในห้องคงที่ ซึ่งระบบ Dual inverter compressor จะทําความเย็นได้เร็วกว่าระบบที่ไม่มีอินอินเวอร์เตอร์ ถึง 40 % และประหยัดพลังงาน ได้มากถึง 70% เทคโนโลยี Dual Barrier Costing เครื่องปรับอากาศเมื่อใช้งานไปนานๆ จะเกิดฝุ่นขนาดเล็กเข้า ไปเกาะที่แผ่นกรองอากาศ แล้วฝุ่นขนาดเล็กที่ผ่านแผ่นกรองอากาศจะ เข้าไปเกาะกับใบพัดของพัดลมที่ทําหน้าที่ส่งความเย็นเข้าไปในห้อง ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) เป็นองค์กรระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และยอมรับระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจการค้าเสรีในการร่วมกันและพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปและโลก โดยมีประเทศที่พัฒนาแล้วที่ไม่ได้อยู่ในทวีปยุโรปเข้าเป็นสมาชิกด้วย ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น OECD ดำเนินกิจกรรมเพื่อความร่วมมือทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเหล่าบรรดาประเทศสมาชิกเกี่ยวกับเรื่องของปัญหา และการจัดการต่างในโลกยุคสมัยใหม่ ซึ่งเน้นไปทางด้านของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิชาการรวมไปถึงปัญหาของสารเคมีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และนอกจากนี้ยังเล็งเห็นเรื่องของความเสี่ยงเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากโลกสมัยใหม่ด้วย
EIS เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่ทำให้อาคารมีข้อมูลทางด้านระบบวิศวกรรมและพลังงาน เปรียบเสมือนการติดเครื่องมือตรวจร่างกายที่สามารถบ่งบอกสถานะของอาคารได้ตลอดเวลา โดยระบบ EIS จะทำการวิเคราะห์ หรือประมวลผลในการบริหารจัดการอาคาร โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายองค์กร และสร้างโอกาสเพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจ ซึ่งผู้บริหารองค์กรสามารถติดตามข้อมูลพลังงานได้ทุกที่ ทุกเวลา แบบเรียลไทม์ รวมถึงทำนายการใช้พลังงานในอนาคตได้ EIS จึงเป็น One Stop Service ที่ประกอบด้วย Hardware และ Software หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น Power Meter ระบบเครือข่ายที่รองรับ รวมถึงบุคลากรที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลบางส่วนที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมกับการเก็บระบบข้อมูลที่มีสเถียรภาพในต้นทุนต่ำ ที่อัพโหลดข้อมูลผ่านระบบคลาวน์ แสดงผลโดยกราฟพลังงานที่เข้าใจง่าย และมีการแจ้งเตื่อนไปยังอุปกรณ์สื่อสารของผู้เกี่ยวข้องทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติต่างๆ นอกจากนั้นยังสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดในกลยุทธบริหารธุรกิจ จัดหาโปรโมชั่นที่เหมาะสม แก้ไขปัญหาระหว่างกระบวนการทำงาน รวมถึงการวางแผนการบำรุงรักษา และปรับปรุงอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูรายละเอียดของระบบ EIS เพิ่มเติม >> คลิก <<

OUR ADDRESS

51/29-31 Ngam Wong Wan Road Latyao, Chatuchak, Bangkok, 10900

GET IN TOUCH

contact@inno.co.th
tel: 66 (0) 29414080-1
fax: 66 (0) 29414082
© 2016 Innovation Technology Co,.Ltd. | All rights reserved.
TOP