FORGOT YOUR DETAILS?

SUSTAINABILITY BLOG

Ideas fresh from our R&D department

องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) เป็นองค์กรระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และยอมรับระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจการค้าเสรีในการร่วมกันและพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปและโลก โดยมีประเทศที่พัฒนาแล้วที่ไม่ได้อยู่ในทวีปยุโรปเข้าเป็นสมาชิกด้วย ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น OECD ดำเนินกิจกรรมเพื่อความร่วมมือทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเหล่าบรรดาประเทศสมาชิกเกี่ยวกับเรื่องของปัญหา และการจัดการต่างในโลกยุคสมัยใหม่ ซึ่งเน้นไปทางด้านของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิชาการรวมไปถึงปัญหาของสารเคมีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และนอกจากนี้ยังเล็งเห็นเรื่องของความเสี่ยงเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากโลกสมัยใหม่ด้วย
EIS เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่ทำให้อาคารมีข้อมูลทางด้านระบบวิศวกรรมและพลังงาน เปรียบเสมือนการติดเครื่องมือตรวจร่างกายที่สามารถบ่งบอกสถานะของอาคารได้ตลอดเวลา โดยระบบ EIS จะทำการวิเคราะห์ หรือประมวลผลในการบริหารจัดการอาคาร โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายองค์กร และสร้างโอกาสเพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจ ซึ่งผู้บริหารองค์กรสามารถติดตามข้อมูลพลังงานได้ทุกที่ ทุกเวลา แบบเรียลไทม์ รวมถึงทำนายการใช้พลังงานในอนาคตได้ EIS จึงเป็น One Stop Service ที่ประกอบด้วย Hardware และ Software หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น Power Meter ระบบเครือข่ายที่รองรับ รวมถึงบุคลากรที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลบางส่วนที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมกับการเก็บระบบข้อมูลที่มีสเถียรภาพในต้นทุนต่ำ ที่อัพโหลดข้อมูลผ่านระบบคลาวน์ แสดงผลโดยกราฟพลังงานที่เข้าใจง่าย และมีการแจ้งเตื่อนไปยังอุปกรณ์สื่อสารของผู้เกี่ยวข้องทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติต่างๆ นอกจากนั้นยังสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดในกลยุทธบริหารธุรกิจ จัดหาโปรโมชั่นที่เหมาะสม แก้ไขปัญหาระหว่างกระบวนการทำงาน รวมถึงการวางแผนการบำรุงรักษา และปรับปรุงอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูรายละเอียดของระบบ EIS เพิ่มเติม >> คลิก <<
อาคารในปัจจุบันถูกออกแบบให้เป็นอาคารปิด โดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ มาช่วยควบคุมสภาพอากาศภายในอาคาร เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งคนส่วนใหญ่ในเมืองใช้ชีวิตอยู่ภายในอาคารสูงถึง 89% ของเวลาทั้งหมดในแต่ละวัน เพื่อหลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ และสภาพอากาศที่ร้อนระอุ แต่อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เปิดเผยว่า ร้อยละ 30 ของอาคารทั่วโลก อาจมีปัญหาด้านคุณภาพอากาศและอาจมีปริมาณสารมลพิษสูงกว่าภายนอกอาคารถึง 100 เท่า ซึ่งเกิดได้จากหลายกรณี และหากอาคารมีการระบายอากาศที่ไม่ดีก็จะทำให้สารพิษในอาคารมีปริมาณสูงขึ้น โดยเฉพาะอาคารที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงาน ปัญหาดังกล่าวอาจนำไปสู่การเกิดโรคที่เกิดจากการทำงานในอาคารที่เรียกกว่า Sick Building Syndrome ดังนั้น อาคารต่างๆจึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจและเอาใจใส่เรื่องคุณภาพอากาศ เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศภายในอาคาร เพราะเจ้าของอาคารเองไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าอากาศภายในอาคารนั้นมีคุณภาพเป็นเช่นไร เจ้าของอาคารจึงต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการเข้าตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในอาคารเพื่อพิจารณาถึงปัจจัยและปัญหาต่างๆ รวมถึงการใช้เครื่องมือวัดที่มีมาตรฐาน เนื่องจากสาเหตุของการเกิดมลพิษทางอากาศภายในอาคารเกิดได้จากหลายสาเหตุที่เจ้าของอาคารหรือตัวเราเองไม่สามารถตรวจสอบได้ เช่น ระบบปรับอากาศที่เสื่อมสภาพ การออกแบบที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานจริง การเพิ่มขึ้นของภาระระบบปรับอากาศ ทั้งปริมาณคน วัสดุอุปกรณ์ สารเคมีจากสเปรย์ น้ำยาทำความสะอาดและอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน การเคลื่อนที่ของมลพิษทางอากาศภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร และจากแหล่งกำเนิดภายในอาคารเอง  โดยมลพิษทางอากาศที่เกิดจากภายนอกนั้น อาจเกิดจากรอยรั่วต่างๆ ของอาคาร เช่น ขอบประตู ขอบหน้าต่าง
ปัจจุบันพบว่าอาคารธุรกิจส่วนใหญ่มีการใช้พลังงานสูงและมีแแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคต ทำให้ภาคธุรกิจหันมาให้ความสนใจในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยมีแนวทางในการอนุรักษ์พลังงานที่สำคัญที่ผู้บริหารและคณะทำงานควรศึกษาไว้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์พลังงานในอนาคต “การใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า” โดยการสร้างค่านิยมและจิตใต้สำนึกการใช้พลังงาน ด้วยการจัดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานง่ายๆ ที่ทำได้จริงและเห็นผลชัดเจน เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานและช่วยกระตุ้นให้บุคลากรขององค์กร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้พลังงานและอาสาเข้ามามีส่วนร่วมช่วยอนุรักษ์พลังงานของอาคารมากขึ้น “การวางแผนและควบคุมการใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด” มีการลดการสูญเสียพลังงานในทุกขั้นตอนมีการตรวจสอบและดูแลการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลาเพื่อลดการรั่วไหลของพลังงาน เช่น การลดใช้พลังงานเครื่องปรับอากาศ โดยการเปิดเครื่องปรับอากาศหลังเวลาเริ่มงาน 15 นาที และปิดก่อนเวลาเลิกงาน 30 นาที ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25-26 องศาเซลเซียล ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน ตรวจเช็คล้างฟิลเตอร์ เป่าคอนเดนซิ่ง แรงดันน้ำยา และอะไหล่ทุกชิ้นที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพจากการใช้งาน ให้มีการทำความสะอาดแผงกรองอากาศเป็นประจำทุกเดือน การลดชั่วโมงการทำงาน เช่น การปิดเครื่องทำน้ำร้อนน้ำเย็นซึ่งใช้ไฟฟ้ามาก ก่อนเวลาเลิกงาน 30 นาที หรือเปิดเฉพาะบางช่วงเวลา ปิดจอคอมพิวเตอร์และปิดเครื่องเครื่องปรับอากาศในเวลาพักเที่ยง การลดการใช้ไฟฟ้าและแสงสว่าง เช่น การเปิดไฟเฉพาะในเวลาทำการของสำนักงาน หากออกจากห้องเป็นเวลานานให้ปิดไฟทุกครั้ง และควรเปิดไฟทางเดิน เฉลียง ช่องบันได และห้องสุขาไว้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น หมั่นบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่างอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องทุก 3 เดือน โดยทำความสะอาดฝาครอบโคม หลอดไฟ เพื่อให้การทำงานของอุปกรณ์มีประสิทธิภาพ “การเลือกใช้พลังงานทดแทน” โดยเฉพาะพลังงานที่ได้จากธรรมชาติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์
การบริหารจัดการพลังงานกับงานบำรุงรักษานั้น มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ดังนั้นจะประหยัดพลังงานให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดความสำเร็จแก่องค์กร เราต้องเอาใจใส่และเข้าใจเรื่องงานบำรุงรักษา (Preventive Maintenance: PM) เป็นอย่างดี คำถาม…ทำไมเราต้อง PM ? เหตุผลและจุดประสงค์หลักมีดังนี้ PM เพื่อยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น ตัวอย่าง กิจกรรม PM ที่พวกเราคุ้นเคยคือการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์เราจะไม่รอให้รถยนต์เสียแล้วจึงไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องดังนั้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นประจำทุก 10,000 กิโลเมตร ก็เพื่อรักษาสภาพเครื่องยนต์และรถยนต์ให้วิ่งได้ดีต่อไป PM ลดค่าใช้จ่าย เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน เพราะการบำรุงรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องจักรอุปกรณ์นั้นก็สามารถลดค่าใช้จ่าย ลดค่าซ่อมแซม และการลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรที่เกิดขึ้นจากปัญหาขาดการบำรุงรักษา ตัวอย่าง การไม่บำรุงรักษาแผงกรองอากาศหรือ filter ของเครื่องปรับอากาศห้องพักโรงแรม ก็จะทำให้ฝุ่นอุดตันที่ filter เกิดการบล็อกการไหลของอากาศผ่าน Evaporator Coil ทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะ บน Evaporator Coil เกิดหยดน้ำและเกิดความเสียหาย ซึ่งไม่สามารถให้บริการได้ สะท้อนให้เห็นว่างาน PM ที่ดีนั้นจะทำให้ Downtime ของอุปกรณ์ลดลง มีผลต่อรายได้และความพึงพอใจ PM สามารถลดการใช้พลังงาน การเกิดปัญหาการสลิปของสายพาน การสกปรกของมอเตอร์การอุดตันของ Air filter ก็จะส่งผลให้มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
ทิศทางของการดำเนินนโยบายทางด้านพลังงาน Energy 4.0 ในเชิงนโยบาย แบ่งได้เป็นพลังงานฐานนวัตกรรม ด้วยการนำเอาระบบ ICT มาประกอบโยงกับเรื่องพลังงาน ทั้งในเรื่องนวัตกรรมการประดิษฐ์ เช่น ระบบโซลาร์เซลล์ ระบบเก็บสะสมพลังงาน(Energy Storage) รวมไปถึงยานยนต์ไฟฟ้า(EV) ผสมผสานกันจนเกิดเป็น Smart Cities และส่วนที่สองคือพลังงานฐานเกษตร คือพลังงานจากพืช (Bio Energy) หรือรูปแบบการผลิตไฟฟ้าที่ผสมผสานระหว่างพลังงานธรรมชาติและพลังงานชีวภาพ นอกจากนี้ยังเตรียมผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน(Energy Storage)ทั้งในภาคไฟฟ้าและยานยนต์ให้เกิดการกับเก็บพลังงานได้นานและมากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการผลิตและใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังผลักดันให้เกิดมิติที่ผู้บริโภคสามารถผลิตพลังงานใช้เองได้และมีความหลากหลายทางเชื้อเพลิง พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการลงทุนการแข่งขันในธุรกิจพลังงานอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมถึงสร้างชุมชนเมือง ให้เป็น Smart City Smart Home มุ่งสู่สังคมสีเขียวด้วยพลังงานสะอาด ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกลง สำหรับในภาคการผลิตไฟฟ้า สัญญาณการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นค่อนข้างชัดเจน โดยการผลิตไฟฟ้าจะมุ่งไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเป็นการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงธรรมชาติ ที่เป็นพืชพลังงาน ทั้งชีวมวล จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ชีวภาพจากน้ำเสียในฟาร์มปศุสัตว์ รวมถึงพลังงานจากแสงแดด ลม เป็นต้น รวมทั้งการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มและเอทานอลมาผสมในน้ำมันให้มากขึ้นด้วย เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในอนาคตต่อไป ข้อมูลจาก energynewscenter
หลอดไฟ LED กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะคุณสมบัติและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของหลอด LED เมื่อเปรียบเทียบผลการประหยัดค่าไฟฟ้ากับราคาค่าหลอด LED และอายุการใช้งานที่ยาวนานแล้ว ถือได้ว่าหลอด LED มีความคุ้มค่ามากทีเดียว ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ได้ศึกษาผลการประหยัดด้วยการเปลี่ยนโคมไฟถนนชนิด LED ขนาด 55,70 และ 85 วัตต์ แทนหลอด High Pressure Sodium ขนาด 90, 125, 135, 150 และ 250 วัตต์ จำนวน 1,607 โคม ในพื้นที่เขื่อนขนาดใหญ่ 4 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ผลจากการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED พบว่าสามารถลดการใช้พลังไฟฟ้าได้ 230 kw (72 %) ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ 1.01 ล้านหน่วย/ปี ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าได้ 2.7

OUR ADDRESS

51/29-31 Ngam Wong Wan Road Latyao, Chatuchak, Bangkok, 10900

GET IN TOUCH

[email protected]
tel: 66 (0) 29414080-1
fax: 66 (0) 29414082
© 2016 Innovation Technology Co,.Ltd. | All rights reserved.
TOP