Energy and Maintenance Management (การบริหารจัดการพลังงานกับงานบำรุงรักษา)

การบริหารจัดการพลังงานกับงานบำรุงรักษานั้น มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ดังนั้นจะประหยัดพลังงานให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดความสำเร็จแก่องค์กร เราต้องเอาใจใส่และเข้าใจเรื่องงานบำรุงรักษา (Preventive Maintenance: PM) เป็นอย่างดี

คำถาม…ทำไมเราต้อง PM ?

เหตุผลและจุดประสงค์หลักมีดังนี้

  1. PM เพื่อยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ตัวอย่าง กิจกรรม PM ที่พวกเราคุ้นเคยคือการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์เราจะไม่รอให้รถยนต์เสียแล้วจึงไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องดังนั้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นประจำทุก 10,000 กิโลเมตร ก็เพื่อรักษาสภาพเครื่องยนต์และรถยนต์ให้วิ่งได้ดีต่อไป

  1. PM ลดค่าใช้จ่าย

เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน เพราะการบำรุงรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องจักรอุปกรณ์นั้นก็สามารถลดค่าใช้จ่าย ลดค่าซ่อมแซม และการลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรที่เกิดขึ้นจากปัญหาขาดการบำรุงรักษา

ตัวอย่าง การไม่บำรุงรักษาแผงกรองอากาศหรือ filter ของเครื่องปรับอากาศห้องพักโรงแรม ก็จะทำให้ฝุ่นอุดตันที่ filter เกิดการบล็อกการไหลของอากาศผ่าน Evaporator Coil ทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะ บน Evaporator Coil เกิดหยดน้ำและเกิดความเสียหาย ซึ่งไม่สามารถให้บริการได้ สะท้อนให้เห็นว่างาน PM ที่ดีนั้นจะทำให้ Downtime ของอุปกรณ์ลดลง มีผลต่อรายได้และความพึงพอใจ

  1. PM สามารถลดการใช้พลังงาน

การเกิดปัญหาการสลิปของสายพาน การสกปรกของมอเตอร์การอุดตันของ Air filter ก็จะส่งผลให้มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง จากกรณีศึกษาการประหยัดพลังงานเครื่องปรับอากาศในห้องควบคุมลิฟต์

ก่อนดำเนินการได้มีการตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 21 องศาเซลเซียส ลิฟต์มีการบำรุงรักษาตามแผนและสามารถใช้งานได้ตามปกติ เป็นการทำสัญญาบำรุงรักษาแบบรวมอะไหล่จากคู่มือและสเปค อุณหภูมิมาตรฐานห้องควบคุมหรือห้องเครื่องลิฟท์อยู่ระหว่าง 5 ถึง 40 องศาเซลเซียส และเมื่อดำเนินการประหยัดพลังงานได้มีการ ปรับตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศาเซลเซียส ลิฟต์ไม่สามารถใช้งานได้ จึงมีการตรวจสอบถึงสาเหตุ พบว่า แผงวงจรควบคุมชำรุด และเมื่อทำการซ่อมแซมเปลี่ยนแผงวงจรก็สามารถปรับตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศาเซลเซียส ลิฟต์สามารถใช้งานได้ปกติและประหยัดพลังงาน จะเห็นได้ว่าก่อนหน้านี้ลิฟต์ใช้งานได้ปกติ ก็เพราะว่าอุณหภูมิห้องลิฟต์อยู่ที่ 21 องศาเซลเซียส ทำให้อุปกรณ์ IC ในแผงวงจรสามารถระบายความร้อนได้โดยไม่เกินค่ามาตรฐานพิกัดของตัวมัน ดังนั้น การทำงานบำรุงรักษาเชิงรุกที่สร้างสรรค์ (Proactive Maintenance) เป็นการเพิ่มกิจกรรมของงานบำรุงรักษาตามแผน (Planned Maintenance) ของเครื่องจักรอุปกรณ์ที่มีความสำคัญสูงด้วย (Predictive Maintenance) เพื่อลดปัญหาและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากงานบำรุงรักษานอกแผน (Unplanned Maintenance) ลง โดยมีเป้าหมายที่สำคัญที่จะทำให้เครื่องจักรและอุปกรณ์มีความพร้อมและมั่นคงปลอดภัยน่าเชื่อถือในการใช้งานได้สูงสุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

  1. PM สร้างประสบการณ์กับผู้ใช้

ตัวอย่างเช่น อาคารประเภทห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงแรม โรงเรียน ต้องมีการควบคุมรายละเอียดเพื่อให้ผู้ใช้งานเกิดประสบการณ์เชิงบวก หากเกิดปัญหาต่างๆ จะทำให้เกิดความไม่พึงพอใจ

  1. PM ทำให้งานอื่นๆง่ายขึ้น

เช่น PM ที่ดีนั้นก็จะทำให้การแจ้งซ่อมเวลากลางดึกน้อยลง

สรุป การบริหารงานบำรุงรักษาหลักที่สำคัญ คือ ผู้นำองค์กร ต้องเอาใจใส่และกำหนดนโยบายที่ชัดเจนต่อผู้ร่วมองค์กรโดยอาจเริ่มต้นจากการให้ความรู้ ความเข้าใจ ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะ ซึ่งจะทำให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อผู้ปฏิบัติงานบำรุงรักษาและองค์กรงานบำรุงรักษาที่ดีจะทำให้เราสามารถเพิ่ม Productivity ทั้งเครื่องจักร คน และกระบวนการทำให้เกิด Quality แก่สินค้าและบริการ ส่งผลให้มี Cost ที่เหมาะสมและคุ้มค่าการลงทุน และมีการส่งมอบที่ตรงเวลา (Delivery) ทำให้เกิดความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม สุขอนามัยและสิ่งที่สำคัญ ทำให้เกิดขวัญกำลังใจของผู้ร่วมงาน